- 28 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
"ขัตติยา สวัสดิผล" โพสต์เฟซฯ เหน็บแนมการถูกลดระดับของ "กสม.ไทย" โดยเชื่อว่าภาคประชาชนสะท้อนความจริงได้ดีกว่า - เลียแข้ง"ฮิวแมนไรท์ฯ-แอมเนสตี้-ฟรีดอม เฮ้าส์" ข้อมูลละเมิดสิทธิ์แน่นกว่า "กสม." โดยอ้างประชาธิปไตยบังหน้า !!
วันนี้ (28 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวขัตติยา สวัสดิผล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ค "ขัตติยา สวัสดิผล" โดยระบุว่า
จากที่เมื่อไม่นานมานี้ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ได้ปรับลดระดับความน่าเชื่อของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย (หรือกสม.) จากเอเป็นบี และในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ก็จะถึงกำหนดที่ประเทศไทยจะถูกคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council) พิจารณาถึงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยแล้ว ซึ่งการพิจารณาดังกล่าว คณะกรรมการจะไม่เพียงดูจากรายงานด้านสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลไทยเพียงอย่างเดียว แต่ให้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนอื่นๆ และภาคประชาชนได้ส่งรายงานและความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยเข้าไปในที่ประชุมเพื่อร่วมพิจารณาด้วย ไม่ว่าจะเป็น Human Rights Watch, Amnesty International, Freedom House รวมทั้งองค์กรด้านสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนระหว่างประเทศต่างๆ ด้วย ซึ่งเดียร์แน่ใจว่าองค์กรต่างๆ ดังกล่าว น่าจะมีข้อมูลด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยมากกว่าที่กสม. มีด้วยซ้ำ เพราะองค์กรเหล่านี้ไม่ได้ทำงานรับใช้ใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คอยดูแลให้คนได้มีสิทธิและเสรีภาพที่ควรมีอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ถูกปิดกั้นที่จะแสดงความคิดเห็น ไม่ถูกห้ามที่จะชุมนุมอย่างสันติ ไม่นำประชาชนไปขึ้นศาลทหาร และไม่จำกัดสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน นักวิชาการ นักเรียน และนักศึกษา เพราะมันคือหลักการทางประชาธิปไตยที่ประเทศซึ่งปกครองระบอบประชาธิปไตยควรจะมีให้กับประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
น่าเสียดายที่กสม.ของประเทศไทยถูกลดระดับความน่าเชื่อถือไปเสียก่อน เนื่องจากประเทศอื่นๆ เขามองว่ากสม.ไทยทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพ ไม่มีความเป็นกลาง รวมถึงไม่เห็นความคืบหน้าหรือการมีส่วนร่วมของกสม. ต่อคดีต่างๆ ที่มีต้นตอมาจากเหตุสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 จนมีคนตายเกือบ 100 คน ทำให้เดียร์คิดว่า ศักดิ์ศรีของประเทศไทยในเรื่องสิทธมนุษยชนมันไปอยู่ที่ตรงไหน มาในการประชุมที่จะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมของปีนี้ กสม. เลยไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมเพื่อเสนอรายงานและความเห็นด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย เดียร์ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง จึงได้แต่ฝากความหวังไว้ที่ภาคประชาชน ที่น่าจะสะท้อนความจริงไปยังเวทีโลกได้ดีกว่ากสม. ให้ประเทศอื่นๆ ได้ทราบว่า สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น ที่แท้แล้วมันมีความเป็นประชาธิปไตยอยู่เพียงใด และคงต้องคอยจับตาดูผลของการประชุมครั้งนี้ว่าจะส่งผลต่อประเทศไทยไปไนทิศทางใด
