ส่องานเข้า !? "กกต." เหลือเงินสะสมแค่ 72 ล้านบาท - พนง.วอนพิจารณาเปลี่ยนผู้บริหาร

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"กกต." ส่อแววถังแตก ?? หลังเงินสะสมเหลือเพียง 72 ล้านบาท เผยมีปัญหาการใช้จ่ายค่อนข้างมากนับตั้งแต่ปี 2549 - วอนเปลี่ยนผู้บริหารสำนักนโยบายและแผนสำนักงาน ...

 

วันนี้ (28 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่าขณะนี้มีการเผยแพร่เอกสารร้องขอความเป็นธรรมของพนักงาน กกต. ต่อคณะกรรมการ กกต.ในแอพพลิเคชั่นไลน์ ของผู้บริหารสำนักงานฯ และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกรณีที่สำนักงาน กกต.มีแนวความคิดที่จะตัดเงินค่าตอบแทนต่างๆ ของพนักงาน ทั้งเงินค่าครองชีพ เงินค่าตอบแทนประจำตำแหน่งของผู้บริหาร เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานที่ดีเพื่อแก้ไขปัญหาสถานะการเงินการคลังของสำนักงานที่ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาด้านการบริหาร โดยงบประมาณอาจไม่พอใช้จ่ายสำหรับการปฏิบัติงานของสำนักงานฯ ทำให้พนักงานฯ เห็นว่าเป็นการบั่นทอน ทำลายขวัญและกำลังใจของพนักงานทุกคนเป็นอย่างมาก ซึ่งจะกระทบการดำรงชีวิตของพนักงานที่ส่วนใหญ่และอาจกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ ยังขอให้กกต.พิจารณาเปลี่ยนแปลงผู้บริหารสำนักนโยบายและแผนสำนักงานกกต.
         

 

ทั้งนี้ ในหนังสือร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าว ยังตั้งคำถามต่อผู้บริหารถึงสาเหตุที่ทำให้สำนักงานฯ ต้องประสบกับปัญหาด้านการเงินจนต้องมาพิจารณาปรับลดค่าตอบแทนพนักงานทุกระดับว่ามาจากการบริหารงานเกี่ยวกับโครงสร้างของสำนักงานที่ผิดพลาดหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ประเทศอยู่ภายใต้ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภารกิจส่วนใหญ่ของกกต.ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหยุดชะงัก แต่สำนักงานฯ กลับมีการแต่งตั้งผู้บริหารเพิ่ม มีการยกฐานะทุกจังหวัดเป็นระดับสูง ไม่ว่าจะจังหวัดเล็กหรือใหญ่ ซึ่งสร้างภาระงบประมาณที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งที่ข้อเท็จจริงระดับจังหวัดขาดแคลนพนักงานระดับปฏิบัติหลายตำแหน่ง กลับไม่มีการเปิดสอบทดแทนในส่วนนี้เลย
  
      


อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ปัจจุบัน สำนักงาน กกต.มีปัญหาการใช้จ่ายงบประมาณค่อนข้างมาก เนื่องจากมีพนักงานทั้งประเทศ 2,500 คน งบประมาณประจำปีที่ขอไปทุกปี ปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะได้รับการจัดสรรเพียง 1,700-1,800 ล้านบาท โดยสำนักงบประมาณจะแจ้งให้ กกต.ใช้เงินเหลือจ่ายสะสมของกกต.ที่เหลือจากการจัดการเลือกตั้ง แล้วไม่ได้นำส่งคืนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนับแต่ก่อตั้งกกต. มีเงินเหลือจ่ายสะสมประมาณ 5,000 ล้านบาทเศษ แต่นับแต่ปี 2549-2559 กกต.ใช้เงินเหลือจ่ายสะสมที่มีไปในกิจการต่างๆ อาทิ การก่อสร้างสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด การเลือกตั้งทั่วไปบางส่วน การเลือกตั้งซ่อมส.ส.ในทุกครั้ง และที่สำคัญคือค่าตอบแทนต่างๆของพนักงาน กระทั่งปัจจุบัน กกต.เหลือเงินสะสมดังกล่าวอยู่เพียง 72 ล้านบาท ทางสำนักงานฯจึงเห็นว่าการเงินของสำนักงานฯ อยู่ในภาวะวิกฤต จึงจำเป็นที่จะต้องลดรายจ่ายลงประกอบกับในส่วนของเงินส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานที่ดีที่จ่ายให้พนักงานทุกระดับและลูกจ้างนั้น มีข้อท้วงติงจากสำนักงบประมาณและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ในทำนองว่าการใช้จ่ายเงินดังกล่าวอาจจะไม่ถูกต้อง เนื่องจากระเบียบการใช้จ่ายเงินดังกล่าวไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี