- 28 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
"ภุชงค์ นุตราวงศ์" โร่ยื่นฟ้อง "กกต." ต่อศาลปกครอง เพิกถอนมติเลิกจ้าง โดยอ้างว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้รับความเป็นธรรม - ยังไม่ได้รับหมายเรียกจากพนักสอบสวนปมหมิ่นประมาท 6 คดี ยืนยันพร้อมรับผิดชอบกับสิ่งที่พูด ...
วันนี้ (29 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภุชงค์ นุตราวงศ์ อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยบุตรชาย เข้ายื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อศาลปกครอง จากกรณีคณะกรรมการ กกต. มีมติเลิกจ้าง และให้มีผลการเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา
นายภุชงค์ กล่าวว่า เห็นว่ามติดังกล่าวของ กกต.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะมีมติเลิกจ้างตนและให้มีผลในวันเดียวกันเลย ทำให้ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนมติ กกต. ดังกล่าว และ ชดใช้ค่าเสียหาย เป็นการเยียวยาในส่วนของเงินประจำตำแหน่งและเงินเดือนในช่วงเวลาที่เหลือตามสัญญาจ้างอีกปีเศษ ซึ่งยืนยันว่าการฟ้องไม่ได้ต้องการที่จะกลับมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.อีก แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบและพิสูจน์ที่ศาลว่ากรณีดังกล่าวมีความชอบธรรมหรือไม่ ส่วนคดีหมิ่นประมาทที่ กกต.ฟ้องรวม 6 คดีนั้น ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน แต่ก็ยืนยันว่าสิ่งที่ตนพูดไปพร้อมที่จะรับผิดชอบ และสิ่งที่ตนพูดนั้นก็ไม่ได้เป็นการกล่าวหาใคร ซึ่งก็ต้องไปพิสูจน์กันในชั้นศาล
ส่วนที่สำนักงาน กกต.กำลังมีปัญหาเรื่องงบประมาณนั้น นายภุชงค์ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น โดยระบุว่า การทำงานที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2549 กกต. ของบประมาณต่อสำนักงบประมาณแต่ไม่เคยได้รับการจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอ จึงต้องใช้งบสะสมที่มีอยู่ ทั้งการแก้ปัญหาและการดำเนินโครงการต่างๆ ของ กกต. ส่วนที่เจ้าหน้าที่ กกต.มองว่าปัญหาเรื่องงบประมาณของ กกต.เกิดจากการบริหารงบประมาณที่ผิดพลาดนั้น นายภุชงค์กล่าวว่า ก็ต้องไปดู เพราะการบริหารงานของ กกต.แต่ละชุดนั้นก็จะมีหลักในการพิจารณาการขยายตำแหน่งแตกต่างกันไป
เมื่อถามว่า สาเหตุที่ กกต.ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเรื่องค่าตอบแทนพนักงาน เพราะระเบียบการจ่ายเงินดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ?
นายภุชงค์ กล่าวว่า ในส่วนของเงินส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานที่ดี ที่มีการออกระเบียบการจ่ายในสมัยตนนั้น ยืนยันว่า เป็นการดำเนินการโดยถูกต้อง เพราะกฎหมายให้อำนาจ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระในการออกกฎ ระเบียบของตนเองได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเห็นว่าแม้ขณะนี้สำนักงาน กกต.กำลังประสบปัญหาดังกล่าว แต่ก็อยากให้พนักงาน กกต. ตั้งใจทำงาน เพราะกำลังมีภารกิจสำคัญอย่างประชามติที่ต้องทำ ซึ่งจะเหมือนในปี 2542 ที่สำนักงาน กกต.ไม่มีงบประมาณเลย แต่ก็ยังสามารถจัดการเลือกตั้งจนกระทั่งเรียบร้อยมาได้
