"ไก่อู" เผย เดินหน้าตั้งโรงขยะแห่งชาติ

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.Tnews.co.th

"พล.ต.สรรเสริญ"โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยการจัดการขยะตกค้างของประเทศมีความคืบหน้า 66 % มุ่งกำจัดใหม่ให้ถูกต้องตามหลักวิชา ด้าน นายกรัฐมนตรี กำชับ มท. ทส. เร่งเดินหน้าส่วนที่เหลือพร้อมตั้งโรงกำจัดขยะชาติ และให้ ศธ.ปลูกฝังเด็กให้มีจิตสำนึกที่ดี

 

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาขยะเป็นวาระแห่งชาติและได้จัดทำโรดแมป การจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ 1. การจัดการขยะมูลฝอยตกค้างในพื้นที่วิกฤต (ขยะเก่า) 2.สร้างรูปแบบการจัดการขยะที่เหมาะสม (ขยะใหม่) 3.การวางระเบียบมาตรฐานการบริหารจัดการขยะ 4.สร้างวินัยคนในชาติมุ่งหน้าสู่การจัดการที่ยั่งยืน

 

"ที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งกำจัดขยะค้างเก่าในพื้นที่วิกฤต 6 จังหวัด ไปแล้ว 9 ล้านตัน จาก 11 ล้านตัน ส่วนพื้นที่อื่นทั่วประเทศได้ขนย้ายไปกำจัดอย่างถูกต้อง หรือแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง / พลังงานไฟฟ้า รวมแล้ว 20 ล้านตัน ทำให้การกำจัดขยะตกค้างของประเทศมีความก้าวหน้าไปแล้วร้อยละ 66 จากปริมาฯขยะทั้งหมด 30.5 ล้านตัน"

 

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า สำหรับขยะใหม่ มท. ร่วมกับ ทส.สนับสนุนให้ อปท.คัดแยกขยะต้นทาง เก็บขนแยกประเภทและส่งไปกำจัดตามหลักวิชาการ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขยะตกค้าง มีการตั้งจุดรวบรวมของเสียอันตราย จำนวน 83 แห่งทั่วประเทศ และส่งเสริมการบริหารจัดการในรูปแบบศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยรวม (Cluster)ในแต่ละจังหวัดซึ่งจะช่วยกำจัดขยะใหม่ได้เพิ่มขึ้นอีกปีละประมาณ 2.18 ล้านตัน จากเดิมที่สามารถกำจัดได้ 12.7 ล้านตันในแต่ละปี

 

นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมลงทุนเดินระบบการแปรรูปขยะเพื่อผลิตพลังงานโดยเปิดดำนินการแล้ว 2 แห่ง ที่จ.กูเก็ต และจ.สงขลา สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 15  เมกกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 4 แห่ง คือ กทม. ขอนแก่น พัทลุงและหนองคาย ซึ่งคาดว่าจะผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 15  แมกกัวัตต์

 

"ท่านนายกฯ ได้กำชับให้ มท. ทส. เร่งดำเนินการกำจัดขยะตกค้างในพื้นที่วิกฤตที่ยังเหลืออยู่ รวมทั้งการก่อสร้างสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย จ.พระนครศรีอยุธยา และโรงกำจัดขยะในภาพรวมของประเทศเพื่อรองรับปริมาณขยะมูลฝอยของทุกจังหวัด พร้อมให้ กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการตามแผนสร้างจิตสำนึกด้านการจัดการขยะแก่นักเรียนในโรงเรียนเป้าหมาย 30,000 แห่ง ให้แล้วเสร็จภายในปี 59 "