- 11 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
"พล.อ.ประวิตร" มาแปลก ?? แย้มอาจให้มาเฟียที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายเซ็น "เอ็มโอยู" เพื่อไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก หากทำผิดจริงจะดำเนินการตามกฎหมาย - พร้อมปรับมาตรการความปลอดภัยกระทรวงกลาโหม ให้มีความเข้มงวดขึ้น ...
วันนี้ (11 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ระบุได้รวบรวมรายชื่อกลุ่มผู้มีอิทธิพลแล้ว ว่า ไม่ใช่เพียงแค่ตำรวจเท่านั้น ยังมีอีกหลายคนทั้งในส่วนของเหล่าทัพ โดยพล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคสช. จะเป็นผู้รวบรวมรายชื่อทั้งหมด ซึ่งเราตั้งใจทำให้ดีที่สุด ขอให้มั่นใจและไม่ต้องเป็นห่วง ทั้งนี้ยอมรับว่ามีกำลังพลทั้งในส่วนของทหารและตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยว อย่างไรก็ตาม เราได้มีการทำบันทึกข้อตกลงหรือเอ็มโอยูระหว่างคนที่ไม่อยากจะให้ทำผิดอีกต่อไปกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งการทำเอ็มโอยูจะครอบคลุมทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของทหาร โดยคนที่จะเข้ามาทำเอ็มโอยูจะพิจารณาว่าการกระทำเข้าข่ายที่จะเอาผิดทางกฎหมายได้หรือไม่ หากไม่สามารถเอาผิดทางกฎหมายได้ก็จะมาลงเอ็มโอยู เพื่อไม่ให้กลับไปยุ่งเกี่ยวอีก ส่วนคนที่มีหลักฐานและพบว่าทำผิดจริงก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามระเบียบวินัย
"ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่มีเซ็นเอ็มโอยู แต่คนที่เขาเลิกแล้วก็ต้องมาเซ็นเอ็มโอยู" พล.อ.ประวิตร กล่าว
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้จัดระเบียบมาตรการรักษาความปลอดภัยรอบพื้นที่กระทรวงกลาโหมใหม่ โดยเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ภายหลังจากเดินทางไปดูงานที่สหพันธรัฐรัสเซีย โดยมาตรการรักษาความปลอดภัยของกระทรวง ในเบื้องต้นขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการทดลองการใช้งานและศึกษาข้อดีข้อเสีย โดยมีการกำหนดการเข้า - ออกประตูด้านหน้ากระทรวง ซึ่งจะเปิดให้เฉพาะนายทหารระดับสูงที่มีอัตราจอมพลขึ้นไป ได้แก่ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.อนุทัย รัตตะรังสี รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พอพล มณีรินทร์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และแขกบ้านแขกเมืองในฐานะแขกของกระทรวงกลาโหมเข้าและออกได้เท่านั้น ในส่วนของกำลังพล ข้าราชการ ลูกจ้างของกระทรวงกลาโหมจะต้องไปเข้าและออกทางประตูด้านหลังเท่านั้น
โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะมีการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งหมดในทุกพื้นที่ ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของกระทรวงกลาโหมเพียงกระทรวงเดียวแต่จะดำเนินการทุกกระทรวง ซึ่งตนได้เน้นย้ำในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปแล้ว เนื่องจากเราต้องระมัดระวัง เพราะที่ผ่านมาหลายประเทศยังเกิดเหตุระเบิด
