"บิ๊กตู่" บ่นอีก !! เบื่อรำคาญคนคอยรังควาน -ย้ำ ไม่ทิ้งประชาชน ได้รับผลกระทบยกเลิก EIA

ติดตามข่าวสารข้อมูล www.tnews.co.th

 

"พล.อ.ประยุทธ์" ย้ำ วันนี้ปวดหัวอย่างหนัก  จะมองดอกไม้ก็มียุงมาคอยรังควาน เจอคนก็น่ารำคาญ แถมยังเยอะกว่ายุง -ย้ำ คสช.ไม่ทิ้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หลังใช้ม.44 ยกเลิก EIA แต่ที่ทำเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุน  ไทยจะพัฒนาเป็นศูนย์กลางผลิตยานยนต์ในภูมิภาคนี้

 

 

 

วันนี้ ( 16 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. เป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการและแสดงนิทรรศการอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางรางไทย ครั้งที่ 2  จัดขึ้นที่สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ มักกะสัน กรุงเทพฯ   พูดถึงเรื่อง ผลิตชิ้นส่วนระบบรางอย่างไรให้ได้มาตรฐาน พร้อมกล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า ตอนเช้าแทนที่จะอารมณ์ดี แต่อ่านข่าวมีทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญ ประชามติ ประชาธิปไตย ปวดหัวไปหมด ตั้งใจทำแต่สิ่งดีๆ ขอให้ทุกคนช่วยกัน และตามให้ทันว่าอะไรเป็นอะไร วันนี้ตนมองดอกไม้ก็เจอยุง ซึ่งถือว่ารำคาญทั้งยุงทั้งคน แต่คนจะเยอะกว่ายุง และน่ารำคาญกว่ายุง

 

 

 


          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เราจำเป็นต้องเดินหน้าประเทศโดยมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนปฏิรูป และกลไกที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เดินไปข้างหน้าได้ โดยรัฐบาลวางอนาคตข้างหน้าให้สำหรับทุกคน ไม่เคยคิดถึงผลประโยชน์ คิดเพียงแต่ว่าผลประโยชน์ต้องเป็นของคนทั้งประเทศ ซึ่งรัฐบาลต่อไปก็ต้องทำให้สอดคล้องกับสิ่งเหล่านี้และต้องเปลี่ยนแปลงให้ดีกว่า การเปลี่ยนแปลงต้องดูว่าจะทำอย่างไร ในเมื่อกลไกการเมืองไม่เข้มแข็ง จึงต้องหาทางพัฒนา ประเทศไทยจะได้มีที่ยืนในเวทีโลกไม่ใช่ยืนอยู่คนเดียว เพราะคิดต่าง ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ตนเข้ามา ไม่ใช่ว่าตนเก่ง แต่ต้องศึกษาและทำให้เกิดรูปธรรมที่เราวางไว้ให้เกิดขึ้นภายในปี 2565 หากไม่เกิดความขัดแย้งการพัฒนาจะสามารถเริ่มต้นได้ในปีนี้ แต่เราจะรักษาเสถียรภาพได้ไปถึงเมื่อไหร่ เป็นสิ่งที่ต้องช่วยกัน จึงอยากให้นักการเมือง ข้าราชการ และทุกคน เลิกมองแต่ตัวเอง แต่ให้มองอนาคตของประเทศ และพัฒนาร่วมกัน ให้ประเทศเข้มแข็ง อาเซียนเข้มแข็งสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันให้ได้

 

 

 

 


          นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากให้ใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้พัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุด และแม้รัฐบาลนี้จะไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ก็มีหลายคน หลายประเทศที่มั่นใจว่าเราจะเดินหน้าไปได้มาสนับสนุนตนให้พัฒนาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยได้ในที่สุด อย่างไรก็ตามประเทศไทยเป็นสยามเมืองยิ้ม ยิ้มตลอด แต่ยิ้มไปทะเลาะไป ตนพูดความจริง แล้วใครทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น สิ่งต่างๆที่ทำให้การพัฒนาล่าช้า เพราะคนไทยที่ต้องร่วมมือกัน ยืนยันจะเร่งรัดตรวจสอบการทุจริตทั้งหมด อย่าให้เกิดขึ้นอีก เพราะถูกจับตามองและตนเข้ามาจัดระเบียบประเทศให้ปลอดคอร์รัปชั่น เวลาไปต่างประเทศก็ถูกทวงถามถึงโครงการต่างๆที่สัญญากันไว้ เช่น โครงการบริหารจัดการน้ำ ทวงตนทุกวัน เลยสงสัยว่าเสียเงินเสียทองให้ใครไปหรือไม่ จึงอยากให้บอกมาเลยจ่ายให้ใครจ่ายไปเมื่อไหร่ แล้วทำไมทำไม่ได้ก่อนที่ตนจะเข้ามา หากมีการทุจริตก็เป็นเรื่องของศาลที่จะพิจารณา แต่ตนเคารพหลักการความร่วมมือของต่างประเทศ แม้จะเข้ามาอย่างไร ตนก็รักษาสัญญา และขออย่ามาวิ่งเต้นในเรื่องต่างๆ กับตนเพราะรำคาญ หากทำได้ก็จะทำ หากไม่ได้ก็ไม่ทำ

 

 

 

 


          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ต้องมุ่งที่ความเข้าใจ ไม่ใช่มุ่งแต่อำนาจ ไม่ใช่หมายถึงตน แต่หมายถึงใครก็แล้วแต่ที่มีอำนาจ เพราะอำนาจไม่ใช่สิ่งที่หามาง่าย แต่ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้มีอำนาจที่จะบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่มีอำนาจไว้ขู่เข็นคนทั้งโลก และใครจะรักหรือชอบใครไม่ว่า ขออย่าเกลียดประเทศและแยกประชาชน ซึ่งเหมือนเพลงชาติไทยที่บอกว่ารวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยเป็นประชารัฐ ที่เราร้องกันทุกวันแต่ก็ทะเลาะกันทุกวัน เพราะมาจากหลายเชื้อชาติ ใครไม่เข้าใจก็ช่าง แต่ต้องรวมกันเป็นประชารัฐ วันนี้รวมกันได้ก็จะแตกกันอีก แต่ตนไม่ยอมอยู่แล้ว ถ้าแตกอีกตนก็จะรวมกันอีก ทุกคนต้องร่วมมือกันให้ได้อย่าหวงอำนาจ เพราะอำนาจเป็นของประชาชน เรามารับใช้ประชาชน ตนไม่ใช่นักการเมืองจึงไม่ทำแบบนักการเมือง

 

 

 


          ทั้งนี้ระหว่างบรรยาย พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งให้ผู้เข้าร่วมประชุมลุกขึ้นยืนชูมือ เพื่อยืดเส้นยืดสาย เพื่อไม่ให้ง่วงนอนหรือเกิดวามเบื่อหนาย ก่อนจะบรรยายต่อว่า จากนี้ไทยจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางผลิตยานยนต์ในภูมิภาค ต้องสร้างแรงจูงใจในการลงทุนในเรื่องสิทธิประโยชน์กับนักลงทุน ขณะเดียวกันยังชี้แจงคำสั่งมาตราการ 44 ไม่ได้สั่งยกเลิกรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA แต่อยากให้เกิดความรวดเร็ว หรือทำแบบคู่ขนานกันไป ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้ง พร้อมจะดูแลประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ หากโครงการไหนควรทำ ก็ต้องทำ ขออย่าบิดเบือน เว้นแต่พวกที่ไม่รักษากฎหมายที่กฎหมายปกติยังไม่เคารพ และตอนท้ายพล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่ารู้สึกสบายที่ได้พูดปัญหาทุกอย่างในวันนี้.