"องอาจ" แนะคสช.ล็อค "6 ส.ว.สายทหาร" ต้องอธิบายสาเหตุได้ - วอนรับฟังมุมต่างจากทุกฝ่าย !!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"องอาจ คล้ามไพบูลย์" ร่าย 3 ข้อถึงข้อเสนอของคสช. ต้องหาเหตุผลมาอธิบายให้ได้หลังล็อค "6 ที่นั่งส.ว.ให้ทหาร" หวั่นเกิดเป็นชนวนสายล่อฟ้าทำให้ร่างรัฐธรรมนูญถูกละเลย - วอนเปิดใจรับฟังมุมต่างจากทุกฝ่าย เพื่อทำให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ...

 


วันนี้ (16 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอแนวทางการปรับปรุงบทเฉพาะกาลในร่างรัฐธรรมนูญของ คสช. ที่เสนอต่อ กรธ. โดยมีข้อเสนออยู่ 3 ประเด็น คือ 1.ขอให้มี ส.ว.จำนวน 250 คน มาจากการคัดสรรจากคณะกรรมการ มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี โดยมีอำนาจหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญ 2. การเลือกตั้ง ส.ส. สมัยแรก ให้มีการใช้บัตร 2 ใบ คือแบบแบ่งเขต โดยให้มีการมี ส.ส.เขตละ 3 คน แต่ให้ประชาชนเลือกได้คนเดียว และ แบบระบบบัญชีรายชื่อ และให้ยกเลิกการบัญญัติให้พรรคการเมืองไม่ต้องเสนอชื่อบุคคล เป็นนายกรัฐมนตรีจำนวน 3 คน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดทางตัน ว่า ในส่วนของการได้มาซึ่ง สว. สรรหานั้น มีประเด็นที่ควรพิจารณาดังนี้
         

 

1. เป็นการได้มาซึ่ง ส.ว. จากการพิจารณาของคนกลุ่มเดียว ในกลุ่มของคณะกรรมการฯ ที่ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้ว่ามีอิสระเป็นกลาง เป็นที่น่าเชื่อถืออย่างแท้จริง มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้มีอำนาจจะเข้าไปมีส่วนกำหนดบุคคลที่จะได้พิจารณาเป็นส.ว. โดยประชาชนไม่มีส่วนร่วมแต่อย่างใด ทางที่ดีกระบวนการของการได้มาซึ่ง สว. ยังคงควรหลักที่มาจากกลุ่มสาขาอาชีพและควรออกแบบเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม
         

 

2. การกล่าวอ้างถึงประโยชน์ในการดูแลและพิทักษ์รักษาความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองด้วยการให้มี ส.ว. สรรหา 6 คน มาจากปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก่อให้เกิดคำถามว่า ทั้ง 6 ตำแหน่งนี้ ไม่สามารถใช้อำนาจหน้าที่ตามปกติของท่านพิทักษ์รักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองหรืออย่างไร และตำแหน่ง ส.ว. สรรหาของท่านจะช่วยทำให้ท่านรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร ถ้า กรธ. เขียนเรื่องนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของ คสช. ก็ต้องอธิบายให้ได้ว่า มีความจำเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอจะเป็นประเด็นที่ถูกโจมตีอย่างมาก และได้ไม่คุ้มเสียจนอาจเป็นชนวนสายล่อฟ้าที่จะทำให้ข้อเด่นในร่างรัฐธรรมนูญถูกละเลย
         

 

3. ข้อเสนอที่ให้ ส.ว. สรรหาสามารถร่วมอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไว้วางใจ หรือไม่วางใจได้นั้น จะทำให้เข้าไปเป็นกลไกหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฝ่ายบริหารได้นั้น เป็นการสมควรหรือไม่ในส่วนของที่มานายกรัฐมนตรีนั้น ได้มีการเสนอไม่ให้เอาเรื่องการแจ้งรายชื่อผู้ที่จะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 3 ชื่อออกไป แต่ คสช. ไม่ได้มีข้อเสนอว่า ที่มานายกรัฐมนตรีควรมาด้วยวิธีการใด เพียงแต่ คสช. ได้แสดงความวิตกกังวลไว้ในข้อเสนอว่า อาจเกิดเหตุจำเป็นที่พรรคการเมืองเห็นชอบร่วมกันให้เสนอชื่อบุคคลอื่นนอกบัญชีย่อมไม่อาจทำได้จึงได้เปิดกว้างไว้ การเปิดกว้างไว้เช่นนี้ย่อมอาจถูกตีความได้ว่า เพื่อเปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอก ที่ไม่ได้เป็น ส.ส. ก็ได้ กรธ. จึงจำเป็นต้องเขียนที่มาของนายกรัฐมนตรีให้ชัดเจน ไม่ให้ถูกตีความได้ว่า เปิดกว้างให้นายกฯ คนนอกมาได้สะดวกยิ่งขึ้น ใน
         

 

นายองอาจ กล่าวต่อว่า ส่วนวิธีการเลือกตั้ง ส.ส. นั้น ข้อเสนอของ คสช. ที่เสนอให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบนั้น มีส่วนช่วยทำให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามเจตนารมณ์ที่แท้จริงของตน และอาจมีส่วนช่วยลดการซื้อเสียงลงได้ระดับหนึ่ง รวมทั้งเปิดโอกาสให้พรรคทางเลือกมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ถึงแม้ข้อเสนอของ คสช. จะอยู่บนพื้นฐานของความตั้งใจอยากให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ในระยะเปลี่ยนผ่านโดยเฉพาะข้อวิตกกังวลถึงความไม่สงบเรียบร้อยอาจประสบปัญหาความรุนแรงหลังการเลือกตั้ง แต่ คสช. ก็ต้องเปิดใจรับฟังข้อเสนอ มุมมองที่แตกต่างจากฝ่ายอื่นๆ ด้วย เพราะยังมีบุคคล กลุ่มบุคคล ที่อยากเห็นประเทศเดินหน้าต่อไปได้ด้วยแนวคิด วิธีการที่แตกต่างจาก คสช. แต่มีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองเช่นเดียวกัน คสช. จึงไม่ควรผูกขาดว่าข้อเสนอและวิธีการของเราเท่านั้นจึงถูกต้อง
         

 

"ขณะนี้มาถึงช่วงท้ายๆ ก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์จะเสร็จเรียบร้อย จึงขอเรียกร้องให้ กรธ. พิจารณาข้อเสนอจากทุกฝ่ายโดยเฉพาะข้อเสนอจาก คสช. ด้วยความรอบคอบ เป็นตัวของตัวเอง บนพื้นฐานของหลักการที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริง เพื่อที่รัฐธรรมนูญจะได้รับการยอมรับจากประชาชนจนมีส่วนทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ด้วยดีในที่สุด" นายองอาจ กล่าว