"วิษณุ" แจงเหตุส่งข้อเสนอคสช.ให้กรธ. - ชี้ล็อค "6 ส.ว.ทหาร" เพื่อรับประกันความมั่นคง !!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"วิษณุ เครืองาม" แจงเหตุส่งข้อเสนอคสช.ให้กรธ.เพราะมีสิ่งที่น่าวิตกหลังเลือกตั้ง ชี้ล็อค "6 ส.ว.สายทหาร" เพื่อความอุ่นใจในการรับประกันความมั่นคง ยืนยันไม่มีใครเอา "ผบ.เหล่าทัพ" เป็นประธานส.ว. !!

 


วันนี้ (16 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอต่อร่างรัฐธรรมนูญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ส่งไปให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า โดยเจตนาและโดยถ้อยคำในหนังสือของคสช. เป็นการแจ้งไปให้ทราบ เป็นการบอกให้รู้ และมีเหตุมีผลมากกว่าทุกครั้งที่มีการทำข้อเสนอไป โดยเป็นการพูดให้ทราบว่ามีอะไรที่แม่น้ำ 4 สายวิตกในการประชุมเมื่อวันที่ 7 มี.ค. ซึ่งการประชุมครั้งนั้นหารือกันถึงสถานการณ์บ้านเมืองวันนี้ถึงวันเลือกตั้ง และสถานการณ์หลังจากวันเลือกตั้งไปว่ามีอะไรที่อาจจะเกิดหรือไม่เกิด แต่จากการวิเคราะห์มีสิ่งที่น่าวิตก ดังนั้น เมื่อบอกความวิตกตรงนี้ให้ทราบแล้วจะฟังแล้วก็ช่วยกรุณารับไว้พิจารณาเพื่อดำเนินการ จึงไม่ใช่การบังคับ และบังคับไม่ได้ อย่าลืมว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.เป็นสมาชิกคสช.คนหนึ่ง ต้องพบปะกันบ่อยครั้ง ถ้าจะบังคับขู่เข็ญกันสามารถทำได้ แต่การส่งเป็นข้อเสนอครั้งนี้เพราะต้องการส่งสัญญาณไปถึงกรธ. 21 คนมากกว่าว่ามีอะไรที่เราวิตกกังวล เนื่องจากอีก 20 คนไม่ได้มาเป็นคสช.ด้วย จะได้เห็นพร้อมกันทั้งหมด 21 คน ไม่เช่นนั้นนายมีชัยจะแบกภาระอยู่คนเดียว ส่วนที่นายกฯระบุจะส่งไปจนกว่ากรธ.จะพิจารณานั้น เป็นสไตล์ของท่าน ถ้าสื่อต่อปากมา ท่านก็ต่อคำไป ไม่ใช่การกดดันกรธ.
         

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงให้มีส.ว.จำนวนมากถึง 250 คน ?

 


นายวิษณุ กล่าวว่า การเลือกตั้งนั้นเป็นสิ่งที่ควรเคารพ แต่ไม่อยากบิดเบือนเสียงที่มาจากการเลือกตั้งไปสู่ประโยชน์ส่วนตัว ดังนั้น จึงต้องให้สมาชิกสภาในระยะแต่งตั้งจำนวนหนึ่งเข้ามามีส่วนที่จำนวนมากพอประมาณ แต่ไม่เอาเรื่องสิทธิเรื่องการเลือกนายกฯ และไม่มีการพูดนี้เรื่องนี้มาแต่ต้น

 


เมื่อถามว่า เหตุผลที่ต้องให้มีผบ.เหล่าทัพไปเป็นส.ว.เป็นเพราะอะไร ?

 


นายวิษณุ กล่าวว่า เมื่อจะต้องใช้ระบบแต่งตั้ง แทนที่จะไปแต่งตั้งใครก็ขอเอาไว้ 6 ที่ จากจำนวน 250 คน เพื่ออย่างน้อยทำให้อุ่นใจเกิดความรู้สึกว่าถ้าจะปรองดองกัน จะแก้ไขสถานการณ์กันจะมีคนที่เป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติอยู่ ซึ่งเมื่อผบ.เหล่าทัพเกษียณก็ต้องพ้นจากส.ว.ไป เพราะเป็นส.ว.โดยตำแหน่ง จะว่าดีหรือไม่ดีก็แล้วแต่ แต่เจตนาคือเพื่อรับประกันด้านความมั่นคง และวุฒิสภาไม่ได้มีหน้าที่ในการออกกฎหมายอย่างเดียว แต่จะพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ป้องกันอะไรหลายอย่างที่ไม่พึงปรารถนาได้ แต่จะไม่ทำให้ใครมีอภิสิทธิ์ขึ้นมา นอกจากนี้ แม้ผบ.เหล่าทัพจะมีสิทธิ์เป็นประธานวุฒิสภา แต่คงไม่มีใครเอา เพราะเป็นข้าราชการประจำ งานต่างๆมากมาย คงดูไม่จืด
         

 

เมื่อถามว่า จะถูกมองว่าฝ่ายความมั่นคงเข้าไปแทรกแซงงานนิติบัญญัติหรือไม่ ?

 


นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้ารัฐธรรมนูญให้สามารถทำได้ไม่ถือเป็นการแทรกแซง

 


เมื่อถามว่า คณะกรรมการสรรหาส.ว.จะเป็นรูปแบบใด ?

 


นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้ากรธ.ยอมรับตามความคิดตรงนี้ของคสช. กรธ.จะต้องไปกำหนดเองว่าจะคัดสรรอย่างไร เป็นใครมาจากไหน คสช.คิดให้ไม่ออกและไม่กล้าคิด
         

 

"วันนี้เราไม่ได้พูดถึงเพื่อจะที่เอาคนเข้าไปออกกฎหมายให้วิเศษที่สุด เพราะตรงนั้นเป็นเรื่องหลังจากพ้นบทเฉพาะกาล แต่ในช่วงบทเฉพาะกาลทำอย่างไรให้เกิดความรู้สึกขึ้นในประเทศไทยและนานาชาติมีความสงบ มั่นคง ซึ่งมีการพูดกันในการประชุมแม่น้ำ 4 สายว่า การเลือกตั้งตามโรดแมปในปี 60 ยังเป็นสิ่งที่ยึดมั่นและจำเป็น แต่มีแนวโน้มว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาขึ้นเมื่อมีการเลือกตั้งในระยะเริ่มต้น ดังนั้น จึงมีอะไรหลายอย่างที่จำเป็นต้องดูแลรักษาสถานการณ์ความมั่นคงในช่วง 5 ปีแรก เมื่อพ้นแล้วจะไปแก้รัฐธรรมนูญ เขียนกันใหม่ก็คงต้องยอม เพราะเชื่อว่าในช่วง 5 ปีนั้นบ้านเมืองน่าจะเรียบร้อยได้แล้ว" นายวิษณุ กล่าว
         

 

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าข้อเสนอของคสช.จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ?

 


นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ เพราะที่สุดจะต้องเข้าสู่ประชามติ แต่เราอยากจะเห็นรัฐธรรมนูญผ่านโดยที่สามารถเอาไปใช้กับสถานการณ์บ้านเมืองได้โดยเรียบร้อย ถ้าจะไม่ผ่านมาตรการทั้งหมดจะไม่ได้นำมาใช้ ก็ต้องทำรัฐธรรมนูญใหม่อยู่ดี และต้องเอาสิ่งอย่างเดียวกันไปคิดอยู่ดี อย่างไรก็ตาม เราจะตั้งหลักด้วยความรู้สึกว่าไม่ผ่านได้อย่างไร ต้องพูดในความรู้สึกว่ามันผ่าน ซึ่งแม่น้ำ 4 สายมีความรู้สึกว่าน่าจะผ่าน เมื่อถามว่า หากต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะไม่กระทบโรดแมปใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า อาจจะยืดไปหน่อยได้ แต่ถึงอย่างไรต้องเลือกตั้งในปี 60
         

 

เมื่อถามว่า การยกเว้นไม่ต้องเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นนายกฯ 3 รายชื่อก่อนจะเป็นการเปิดช่องให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถหยิบจับชื่อใครก็ได้มาเป็นนายกฯหรือไม่ ?

 


นายวิษณุ กล่าวว่า ถูก ไม่ได้ห้ามใครเลย แต่นายกฯจะมาจากพวกที่มาจากการเลือกตั้งเป็นคนเลือกคือส.ส. ไม่เกี่ยวกับส.ว. ซึ่งในเมื่อส.ส.มี 500 คนแล้วยังจะไปเลือกข้างนอกอีกแล้วจะทำอย่างไร โดยหลักแล้วก็ควรจะเลือกคนใน เลือกคนในพรรคของคุณ ต่อข้อถามว่า เมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว อดีตคสช.และส.ว.ก็เป็นนายกฯได้ใช่หรือไม่ รองนายกฯย้ำว่า ใช่ เพราะไม่ได้ห้ามใครนอกจากข้าราชการประจำ แต่การไม่ได้ห้ามไม่ได้แปลว่าเชียร์ที่จะให้มาเป็น
         

 

เมื่อถามว่า ถ้านายกฯเป็นคนที่ส.ว.ไม่ชอบก็มีสิทธิ์จะถูกถอดถอนได้ ?

 


นายวิษณุ กล่าวว่า เสียงแค่นั้นเอาออกได้หรือ เพราะครึ่งหนึ่งของเสียงทั้งหมดของสภามี 750 คือ 375 แต่ส.ว.มี 250 คน เมื่อถามย้ำว่า แต่ถ้ารวมกับฝ่ายค้านเสียงก็จะถึงครึ่งหนึ่ง รองนายกฯ กล่าวว่า ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะแค่ลำพังส.ส.ที่มี 500 คน ถ้าฝ่ายค้านมีมากก็เอาออกได้อยู่ดี ซึ่งเหมือนกัน ความเสี่ยงเกิดได้ทั้งหมด แต่ถ้ารัฐบาลดีมีธรรมาภิบาล ส.ว.จะได้ช่วยประคับประคอง แต่ถ้าเป็นรัฐบาลไม่ดี แต่ส.ส.ปกป้อง เสียงส.ส.ส่วนหนึ่งเอาออกไม่ได้ ส.ว.ก็อาจจะเข้ามาได้ ดังนั้น มันเกิดได้ทั้งหมดถ้าจะสมมุติ