"เรืองไกร" ยื่นผู้ตรวจการฯสอบ "มีชัย" ร่างรธน.ผิดขั้นตอน - เมินฟังความเห็น "แม่น้ำ 4 สาย"

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ" แจ้นยื่นผู้ตรวจการฯวินิจฉัย "มีชัย ฤชุพันธุ์" ร่างรัฐธรรมนูญไม่ถูกต้องทุกขั้นตอน โดยข้ามขั้นตอนฟังความคิดเห็น "แม่น้ำ 4 สาย" ส่อแววเป็นโมฆะ - ชี้คดี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ขาดคุณสมบัติเป็นหัวหน้าพรรคปชป.ยังไม่จบ หากมีเลือกตั้งให้มาสู้กันใหม่

 

 

วันนี้ (21 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายธาวิน อินทรจำนงค์ รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบและยื่นเรื่องให้ศาลปกครองวินิจฉัยกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ได้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้ถูกต้องทุกขั้นตอนตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 39/1 บังคับไว้ ซึ่งจะมีผลทำให้ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวที่เป็นร่างฯเบื้องต้นไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นโมฆะหรือไม่
         

 

โดยนายเรืองไกร กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 39/1 วรรคสองบัญญัติว่าระหว่างจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประชาชน แต่จนกระทั่งวันที่ 29 ก.พ.2559 ที่กรธ.มีการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก ไม่พบว่ากรธ.มีการออกหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากบุคคลทั้ง 4 กลุ่ม ซึ่งกรณีดังกล่าวถ้าเทียบเคียงได้กับกรณีการสรรหาพล.อ.ศิรินทร์ ธูปกล่ำ เป็นกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อปีพ.ศ.2545 ที่คณะกรรมการสรรหามีการเปลี่ยนวิธีการสรรหาในรอบที่ 6 ศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำวินิจฉัยว่าการสรรหานั้นไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ดังนั้น เมื่อกรธ.ยังไม่มีการออกหลักเกณฑ์วิธีการการรับฟังความคิดเห็น ก็ย่อมถือว่าการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจนนำมาสู่การมีร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรก มีการดำเนินการที่ไม่ครบถ้วนตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนด
         

 

"สมัยการยกร่างรัฐธรรมนูญของนายงบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) ขณะนั้นยังไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 34 วรรคสองที่บัญญัติให้ กมธ.นำความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สนช. คสช. ครม. ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ แต่นายบวรศักดิ์ ก็มีการไปออกข้อบังคับของสปช.ในการจัดรับฟังความคิดเห็น แต่ครั้งนี้รัฐธรรมนูญกำหนดแต่นายมีชัย กลับไม่ดำเนินการ ซึ่งเมื่อตอนต้นปีนายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสปช. ก็เคยทักท้วงเรื่องดังกล่าว แต่นายมีชัย ก็ยังนิ่งเฉยไม่ดำเนินการใดๆ ผมก็ตรวจสอบเรื่อยมาและเห็นว่านายมีชัย ในฐานะที่เป็นประธานกรธ.ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา 9 ของพ.ร.บ.ศาลปกครอง จึงได้มีการไปยื่นร้องต่อศาลปกครองด้วย เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ขอให้วินิจฉัยเพิกถอนร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้กรธ.นำกลับมาดำเนินการตามขั้นตอนให้ครบถ้วน เพราะถ้าหากไปปล่อยจนถึงมีการทำประชามติ จะทำให้เกิดการเสียหายและเสียงบประมาณ" นายเรืองไกร กล่าว
         

 

นายเรืองไกร ยังกล่าวถึงกรณียื่นคำร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอให้วินิจฉัยว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขาดคุณสมบัติการเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ จากกรณีที่ศาลอาญามีคำพิพากษาว่าคำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ปลดนายอภิสิทธิ์ ออกจากราชการทหารชอบด้วยกฎหมาย ว่า ตนได้รับหนังสือแจ้งจากนายทะเบียนพรรคการเมืองแล้วว่า กรณีดังกล่าวนายอภิสิทธิ์ได้ยื่นอุทธรณ์ จึงยังถือว่าคดีไม่ถึงที่สุด กกต.ก็จะยุติเรื่องไว้ก่อน ส่วนตัวก็ไม่เป็นไร ก็จะรอจนกว่าคดีจะถึงที่สุด แต่ถ้าหากในอนาคตมีการเลือกตั้ง และนายอภิสิทธิ์ เซ็นรับรองส่งตัวผู้สมัครส.ส. ก็คงต้องมาถกเถียงกันและอาจจะต้องมีการยื่นให้กกต.พิจารณากันใหม่