"อ๋อย" ตีมึน !! ชี้โดน "บิ๊กตู่" สั่งถอนพาสปอร์ต - ย้อนถาม ผิดคดีอะไรซ้ำซาก ???

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"จาตุรนต์ ฉายแสง" โพสต์เฟซฯตีหน้ามึน !! ร่ายยาวเพิ่งรู้ว่า "พล.อ.ประยุทธ์" สั่งถอนพาสปอร์ต - ย้อนถามผิดคดีอะไรซ้ำซาก และมีหลักฐานปรากฎหมายจับระหว่างเดินทางไปต่างประเทศหรือไม่ ???

 


วันนี้ (21 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ค "Chaturon Chaisang" แสดงถึงความคิดเห็นกรณีความคืบหน้ายื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางว่าได้รับหนังสือจากอธิบดีกรมการกงสุล โดยระบุข้อความว่า

 


ความคืบหน้าคดีที่ผมฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทาง

 

หลังจากที่ผมได้ไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2559 แล้วก็มีความคืบหน้าและได้ทราบข้อมูลที่คิดว่าน่าจะเล่าสู่กันฟังไว้เผื่อเป็นกรณีศึกษาสำหรับท่านที่สนใจ โดยจะขอเล่าแบบย่อๆดังนี้ครับ

 

1.ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือลงวันที่ 12 มกราคม 2559 ชี้แจงเหตุผลการยกเลิกหนังสือเดินทางของผมว่าเป็นการสั่งการไปตามคำร้องขอของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกระทรวงการต่างประเทศอ้างว่า มีอำนาจดำเนินการได้ตามระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศ สำหรับที่ผมโต้แย้งว่าเหตุของการยกเลิกหนังสือเดินทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอ้างว่าผมเป็นบุคคลที่มีหมายจับและเดินทางไปต่างประเทศ นั้น กระทรวงการต่างประเทศแนะนำให้ผมไปตรวจสอบและโต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยตรง

 


2.ต่อมาผมได้รับหมายแจ้งคำสั่งศาลปกครองกลางลงวันที่ 18 มกราคม 2559 มีใจความสรุปได้ว่าศาลปกครองกลางมีคำสั่งถึงอธิบดีกรมการกงสุลและปลัดกระทรวงการต่างประเทศให้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า อธิบดีกรมการกงสุลและปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับหนังสืออุทธรณ์ของนายจาตุรนต์ฯ ฉบับลงวันที่ 1 ตุลาคม 2558 เมื่อใด และผลการพิจารณาเป็นอย่างไร โดยให้ชี้แจงพร้อมแสดงพยานหลักฐานต่อศาลภายใน 15 วัน ต่อมาศาลปกครองกลางมีคำสั่งขยายระยะเวลาทำคำชี้แจงถึงวันที่ 4 มีนาคม 2559 ตามคำร้องขอของกระทรวงการต่างประเทศ

 

3.ผมได้รับหนังสือจากอธิบดีกรมการกงสุลลงวันที่ 2 มีนาคม 2559 สรุปได้ว่ากระทรวงการต่างประเทศแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางของผมว่ากระทรวงการต่างประเทศพิจารณาแล้วเห็นควรยืนตามคำสั่งเดิมด้วยเหตุผลโดยสรุปดังนี้

 

1) เรื่องการยกเลิกหนังสือเดินทางของนายจาตุรนต์ฯ เป็นกรณีเร่งด่วนตามคำร้องขอของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศจึงไม่ต้องให้โอกาสนายจาตุรนต์ฯ ทราบข้อเท็จจริงล่วงหน้าและไม่ต้องให้สิทธิในการโต้แย้งหรือแสดงพยานหลักฐานก่อนออกคำสั่ง

 

2) สำหรับข้อโต้แย้งของนายจาตุรนต์ฯที่ว่า เหตุผลที่ระบุมาในหนังสือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า นายจาตุรนต์ฯ เป็นบุคคลที่มีหมายจับและเดินทางไปต่างประเทศ นั้น กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่า ไม่ว่ากรณีดังกล่าวจะเป็นจริงหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่มีผลทำให้การพิจารณาของกระทรวงการต่างประเทศเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด เพราะนายจาตุรนต์ฯ เป็นบุคคลที่ถูกห้ามเดินทางไปต่างประเทศตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและอยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราวในคดีของศาลทหาร ซึ่งเข้าเงื่อนไขที่กระทรวงการต่างประเทศจะพิจารณายกเลิกหนังสือเดินทางได้อยู่แล้ว

 

3) กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า การยกเลิกหนังสือเดินทางไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อนายจาตุรนต์ฯ แต่อย่างใด

 

4.ล่าสุดได้ทราบว่ากระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปยังศาลแล้ว นอกจากจะมีข้อความสอดคล้องกับหนังสือที่ชี้แจงผมตามข้อ 3 ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมที่ไม่ผมเคยทราบมาก่อนว่าในการร้องขอให้กระทรวงการต่างประเทศยกเลิกหนังสือเดินทางนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แจ้งว่า "สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับบัญชานายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการกรณีถอนหนังสือเดินทางบุคคลที่มีหมายจับและเดินทางไปต่างประเทศตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการกรณีบุคคลรายนายจาตุรนต์ ฉายแสง"

 

ผมก็ไม่ถึงกับแปลกใจหรอกครับ เพราะวันที่ผมไปขอทราบข้อเท็จจริงจากกรมการกงสุล นายกรัฐมนตรีก็ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบว่า "...ส่วนการถอนหนังสือเดินทางนายจาตุรนต์ ฉายแสง เพราะนายจาตุรนต์มีพฤติกรรมผิดซ้ำซาก และมีความผิดหลายเรื่อง ซึ่งได้ตักเตือนแล้ว เมื่อตักเตือนไม่ฟังก็ต้องลงโทษตามกติกา นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ยังมีบุคคลที่อาจต้องถูกถอดหนังสือเดินทางเช่นเดียวกับนายจาตุรนต์อีกหลายคน และยืนยันว่าจำเป็นต้องยึดกติกา เพื่อไม่เกิดปัญหาการดูแลประเทศ .."

 

ในวันนั้นผมก็สงสัยว่านายกรัฐมนตรีคงทราบเรื่องนี้ดี เพียงแต่ไม่นึกว่าจะมีการสั่งการอย่างเป็นทางการกันอย่างนี้ดังที่ปรากฏในเอกสารที่กระทรวงการต่างประเทศนำเสนอต่อศาล

 

แต่เท่าที่ทราบ ไม่ปรากฏว่ามีหลักฐานที่แสดงว่าผมเป็นบุคคลที่มีหมายจับหรืออยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศแต่อย่างใด ส่วนที่นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าผมมีพฤติกรรมผิดซ้ำซากและมีความผิดหลายเรื่องก็ไม่ปรากฏหลักฐานในคำชี้แจงทั้งหลายว่าผิดอะไร

 

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลความคืบหน้าล่าสุดครับ ผมกำลังเตรียมคำชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นที่เห็นว่าจำเป็นโดยเฉพาะในเรื่องที่ไม่ทราบมาก่อนและเข้าใจว่าขั้นตอนต่อจากนี้ก็คงต้องรอจนกว่าจะทราบว่าศาลรับฟ้องคดีนี้หรือไม่อย่างไรครับ