"เหวง" แผ่นเสียงตกร่อง !! เหน็บข้อสรุปกรธ.คล้ายรธน.ปี 21 - ทำลายสิทธิมนุษย์ฯรุนแรง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"เหวง โตจิราการ" พล่ามยาว !! ไม่รับข้อเสนอคสช. เหน็บ "จัดสรรปันส่วนผสม" ทำลายอำนาจอธิปไตยในการเลือกส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เปิดโอกาสได้รัฐบาลเบี้ยหัวแหลกหัวแตก ไม่มีเสถียรภาพ เปิดช่องนายกฯคนนอก คล้ายรธน.ฉบับปี 2521 ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป ทำลายสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานรุนแรงที่สุด

 


วันนี้ (24 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. กล่าวถึงกรณีกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้พิจารณาข้อเสนอของแม่น้ำ 4 สาย โดยระบุว่า

 


กรธ.ได้ข้อสรุปสุดท้ายแล้ว ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับกรธ.มีเนื้อหาสำคัญดังนี้

 


1. มีส.ว.สรรหาหรือสว.แต่งตั้ง 250 คน (โดยมาจากคสช.จำนวน 5% และจากกรรมการสรรหา 8-10 คน สรรหากันมารวม 200 จาก 20 กลุ่มอาชีพเลือกไขว้ 50)

 


ซึ่งใช้อำนาจอธิปไตยปวงชนชาวไทยอย่างน้อย 7 ด้านด้วยกัน (เช่น พิจารณากลั่นกรองและอนุมัติกฎหมาย, พิจารณาอนุมัติงบประมาณ, รับฟังการแถลงนโยบายรัฐบาล, อภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ,ร่วมประชุมฟังแถลงนโยบายรัฐบาล, แต่งตั้งศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระทั้งห้า และประชุมร่วมรัฐสภาอีก 15 ภาระกิจสำคัญ) คล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญ 2521

 


2. เลือกส.ส.โดยใช้ระบบ "จัดสรรปันส่วนแบบผสม" ซึ่งเป็นการทำลายอำนาจอธิปไตยทางการเมืองในการเลือกส.ส.แบบบัญชีรายชื่อโดยตรงของประชาชนทั้งประเทศลงไป และปิดกั้นโอกาสที่พรรคการเมืองจะได้รับคะแนนเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลน้อยพรรคได้ แต่เปิดโอกาสให้เกิดสภาจับฉ่าย สารพัดพรรคการเมืองเดินหน้าเข้าสภาสร้างเงื่อนไขให้เกิดรัฐบาลเบี้ยหัวแหลกหัวแตก จัดตั้งรัฐบาลได้ลำบาก อาจจะมีรัฐบาลผสมที่ไม่มีเสถียรภาพ และเปิดโอกาสให้กลุ่มที่มีพลังทางการเมืองแข็งแกร่ง (กลุ่มทหารที่มีอำนาจ) ได้รับเชิญเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี

 


3. เปิดทางนายกรัฐมนตรีคนนอก (แม้จะเขียนไว้ให้ซับซ้อน แต่ความจริงตั้งใจที่จะเปิดช่องให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอกชัดเจนจากการเลือกสส.แบบ "จัดสรรปันส่วนแบบผสม" ฝ่ายผู้มีอำนาจปัจจุบันย่อมสามารถดำเนินการจนได้มาซึ่งส.ส.เกินกว่าครึ่งหรือ 251 คน การเปิดประชุมรัฐสภาจึงทำได้ไม่ยาก และโหวตยกเว้นมาตราเกี่ยวกับการเลือกนายกฯของรัฐธรรมนูญเพราะมีส.ว.สรรหาแต่งตั้งถึง 250 แล้วรวมกับส.ส.สารพัดพรรค 251 เป็น 501 เกิน 2/3 แล้วก็เลือกนายกฯคนนอกจากสภาผู้แทนที่ใช้เสียง 251 ก็เป็นไปได้อย่างไม่ลำบาก จากนั้นพวกเขาก็โหวตเอาคนนอกที่ทรงอิทธิพลมาเป็นนายกรัฐมนตรี) คล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญ 2521 ที่เปิดทางให้นายทหารชั้นผู้ใหญ่คนนอกที่มีทหารหนุนหลังมาเป็นนายกรัฐมนตรี

 


4. ส.ว.สรรหาหรือแต่งตั้ง มีอำนาจมากที่สุดเหนือองค์กรการเมืองอื่นตามร่างรธน.ของกรธ.เพราะมีหน้าที่ 1.ในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ 2.ในการดำเนินการปฏิรูป และ 3.ดำเนินการตามยุทธศาสต์ชาติ 20 ปี แม้จะพยายามอธิบายว่า ไม่มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี ไม่มีอำนาจลงคะแนนไม่ไว้วางใจก็ตาม อำนาจทั้ง 3 ประการ ทรงมหิทธานุภาพไปมากกว่า 2 เรื่องดังกล่าวเป็นไหนๆ เพราะครอบงำประเทศและประชาชนไทยไปยาวนานไม่รู้จบสิ้นทีเดียว

 


5. ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระทั้ง 5 มีอำนาจครอบงำเหนือรัฐบาลรัฐสภา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และองคาพยพของการบริหารราชการแผ่นดินอย่างล้นเหลือ และ ภายหลังจากการวินิจฉัยตัดสินชี้ขาดของทั้งหกองค์กรดังกล่าวแล้ว ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด จะถูกพิพากษา "ประหารชีวิตทางการเมือง" หรือตายทางการเมืองไปในทันที ซึ่งเป็นการทำลายสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างรุนแรงที่สุด เพราะมนุษย์เป็นสัตว์การเมืองดังนั้น เมื่อมีชีวิตอยู่โดยถูกสังหารทางการเมืองแล้วจะมีความภาคภูมิใจในฐานะมนุษย์อยู่ต่อไปได้อย่างไร

 


6. เป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ไขไม่ได้เลย เพราะ

 


-เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ต้องเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นไปไม่ได้

 

-เรียกร้องให้มีส.ว.สรรหาหรือแต่งตั้งจำนวนอย่างน้อย 1/3 ต้องเห็นด้วยซึ่งเป็นไปไม่ได้

 

-ในบางหมวดบางมาตราต้องนำไปทำประชามติเสียก่อนซึ่งรธน.50 เป็นแม่แบบไว้แล้วว่าเรื่องที่ขัดหรือแย้งกับรธน.ห้ามทำประชามติและคะแนนเสียงสนับสนุนต้องเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

 

-และหากแม้ว่าผ่านประชามติ (ซึ่งดังกล่าวแล้วว่าเป็นไปไม่ได้) ยังเขียนปิดกั้นอีกว่า ผู้ที่เห็นว่าการแก้ไขขัดต่อรัฐธรรมนูญสามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญที่มาจากพวกเขาเพื่อวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่แล้วจึงมาดำเนินการต่อ ยิ่งทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

 


"ดังนั้น ผมจึงไม่รับร่างรธน.ของกรธ. หรือของคสช.ฉบับนี้" นพ.เหวง กล่าว