"บิ๊กต๊อก" ไม่แคร์แรงเสียดทาน "ม็อบผ้าเหลือง" ฮึ่มใส่ !! ยันสู้เพื่อความถูกต้อง

ติดตามข่าวสารข้อมูล www.tnews.co.th


 
"พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา" เผยถึงกรณีการแต่งตั้งสังฆราช ไม่ใช่หน้าที่ตน เป็นเรื่องของฝ่ายมั่นคง  -ส่วนเรื่องลาออกนั้น อยู่ที่คำสั่งนายก และไม่ได้อยากมาทำหน้าที่นี้ตั้งแต่แรกแล้ว  -ยัน ไม่ย่อท้อต่อแรงกดดัน และยืนหยัดความถูกต้อง 

 

 

 

วันนี้ ( 25 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า    พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของคณะสงฆ์ที่เรียกร้องให้มีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ว่าไม่ใช่หน้าที่ตน เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง ส่วนเรื่องคดีรถเบนซ์ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญนั้น ตนไม่ให้สัมภาษณ์แล้ว ได้มอบให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียบร้อยแล้ว สามารถไปสอบถามได้เลย ตนจะไม่ลงไปในรายละเอียดอีก

 

 

 

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่าที่มีการเรียกร้องให้ตนลาออกจากตำแหน่งนั้น เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีนายกฯเป็นคนตั้ง สามารถเอาออกได้ ไม่ต้องมามองด้วยซ้ำไปว่าตนทำถูกหรือทำผิด ตนไม่คิดอะไรเลยหากนายกฯเห็นว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ ย่อมสามารถทำได้

 

 

 

“ผมเคยเรียนนายกฯตั้งแต่ตอนตั้งครม.แล้วว่าจะไม่รับตำแหน่งด้วยซ้ำ แต่ท่านบอกให้มาช่วยกันทำงาน ซึ่งผมยังบอกนายกฯ ตั้งแต่ตอนเริ่มเป็นรัฐมนตรีใหม่ๆ ว่า ไม่ต้องห่วงผม อะไรที่ทำให้นายกฯสบายใจเกี่ยวกับผมท่านทำได้เลย ไม่ต้องถามผมหรอก เพราะการที่ได้มาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เพราะนายกฯตั้งมา ดังนั้นอยู่ที่นายกฯ ขณะที่สิ่งที่ผมแถลงเกี่ยวกับคดี เป็นดุลยพินิจของประชาชนที่จะมองแล้วว่าพล.อ.ไพบูลย์ เป็นคนอย่างไร ทำงานอย่างไร แค่นั้นเอง”พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

 

 

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ท้อหรือไม่ที่เจอกระแสกดดัน พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่ท้อ ตนมุ่งมั่นอยู่แล้ว ถ้าตนอ่อนแอและไม่ยืนหยัดกับความถูกต้องเมื่อไรเจตนารมณ์ที่เราตั้งไว้ก็ไปไม่ได้ จะมาเป็นทำไมตำแหน่งรัฐมนตรี ตนพูดเสมอว่าถ้าเราไม่กล้าที่จะทำเรื่องต่างๆ บนความถูกต้อง เราอย่ามาเป็นตำแหน่งนี้เลย เชื่อว่าคนเก่งกว่ามีอีกเยอะ และถ้าเราไม่เก่งแล้วยังไม่ทำอีกก็อย่ามาเป็นเลย ตนพูดกับข้าราชการเสมอ พูดกับเจ้าหน้าที่ในกระทรวงตลอด