- 27 มี.ค. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
"องอาจ คล้ามไพบูลย์" เฝ้าจับตา !! ร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายจะมีการปรับปรุงแก้ไข 5 ประเด็นสำคัญหรือไม่ แนะช่วยกันพาชาติเดินไปข้างหน้า - คาดว่าคงจะไม่มีใบสั่งคสช.ก่อนที่จะส่งมอบให้กับรัฐบาล
วันนี้ (27 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เตรียมส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายให้รัฐบาลในวันที่ 29 มี.ค.นี้ ว่า คงต้องติดตามดูร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไข เพิ่มเติม ตัดทอนมากน้อยแค่ไหนจากร่างเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทเฉพาะกาล เนื่องจากยังมีแนวคิดของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) บางคนที่ต้องการให้เพิ่มอำนาจหน้าที่ให้มีสิทธิลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้ ตนจึงหวังว่าจะไม่มีใบสั่งส่งมาในวันสุดท้ายก่อนจะส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ให้รัฐบาล ส่วนในบทบาทถาวรนั้นต้องติดตามดูเช่นกันว่าจะได้รับการปรับปรุงแก้ไขตามข้อเรียกร้องของประชาชนมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในเนื้อหาสาระสำคัญ หรือจะมีการแก้ไขเพียงถ้อยคำเล็กๆน้อยๆ
นายองอาจ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ต้องติดตามดูอย่างรอบคอบว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขมี 5 ประเด็นสำคัญคือ 1.เรื่องสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จะมีความครอบคลุมทุกบริบทหรือไม่ 2.ระบบตรวจสอบถ่วงดุลของฝ่ายนิติบัญญัติ จะมีความเข้มขึ้นเพียงพอ ที่จะยับยั้งการกระทำที่มิชอบของฝ่ายบริหารได้หรือไม่ 3.การออกแบกลไกป้องกันการใช้ อำนาจ หน้าที่โดยมิชอบ และการแสวงหาประโยชน์ เพื่อตนเองและพวกพ้องของฝ่ายบริหาร 4.การสร้างดุลยภาพของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ องค์กรอิสระ และศาลเป็นไปอย่างเหมาะสมหรือไม่ และ 5.การวางรากฐานการปฏิรูป เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริงจังมากน้อยแค่ไหน
"ผมอยากเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนติดตามเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งในบทถาวร และบทเฉพาะกาลว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไข เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม หรือเพื่อประโยชน์ของบุคคล และคณะบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการออกเสียงประชามติ ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้ฝ่ายแสดงความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญด้วยเหตุผล เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ และพึงตระหนักร่วมกันว่า ผลการออกเสียงประชามติ ไม่ว่าจะออกมาอย่างไรไม่ใช่ผลการแข่งขัน ที่ต้องมีแพ้ชนะ เราไม่ควรมีผู้แพ้ หรือ ผู้ชนะ แต่เราคนไทยควรช่วยกันทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้" นายองอาจ กล่าว
