"คณิน" เหน็บส.ว.แต่งตั้ง หมิ่นเหม่สไตล์ "ฮิตเลอร์" - เชื่อได้ "รบ.เลือกตั้ง" แข็งนอกเปราะใน !!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"คณิน บุญสุวรรณ" เหน็บ "ส.ว.แต่งตั้ง" เป็นเผด็จการ 2 หน้า คุมอำนาจทั้งในและนอกรัฐสภา ล่อแหลมต่อการเป็นสไตล์ "ฮิตเลอร์" ทำเศรษฐกิจชาติพัง - เชื่อได้รัฐบาลเลือกตั้งอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่มีความเปราะบางในตัว พาประเทศล่มสลายได้ง่าย !!
 


วันนี้ (28 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 2540 กล่าวถึงประเด็นที่มา ส.ว. ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ส.ว. แต่งตั้ง 250 คน ดังกล่าว เมื่อบวกกับ ส.ส. อีกจำนวนกึ่งหนึ่ง คือ 250 รวมเป็น 500 คน และมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนนอก ก็จะทำให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งกลายเป็นเผด็จการ 2 หน้า คือเป็นทั้งเผด็จการรัฐสภา เพราะสามารถควบคุมรัฐสภา และการบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และเผด็จการนอกสภา เพราะได้รับการโอบอุ้มทั้งจากกองทัพ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ จึงเป็นการล่อแหลมและหมิ่นเหม่อย่างยิ่งที่จะมีผู้นำสไตล์ฮิตเลอร์หรือมุสโสลินี ที่จะพาประเทศไทยเข้ารกเข้าพง ทำเศรษฐกิจของประเทศพังทลายหรือแม้แต่จะนำประเทศเข้าสู่สงครามกับนานาชาติ
         

 

นายคณิน กล่าวว่า ในทางกลับกัน โอกาสที่รัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีเป็น ส.ส. แทบจะเป็นไปไม่ได้ หรือถึงเป็นไปได้ก็จะอยู่รอดได้ไม่ถึง 3 เดือน เหตุเพราะจะถูกทั้ง ส.ว. แต่งตั้ง ส.ส. ฝ่ายค้าน คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ รุมกันถล่มจนแทบไม่มีเวลาหายใจ ขณะเดียวกันรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีคนนอกดังกล่าวก็จะถูกขี่คอโดยบรรดา ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ประเภท เสือ สิงห์ กระทิง แรด และ ส.ว.ประเภทเขี้ยวลากดิน เพื่อกดดันต่อรองและเคี่ยวเข็ญเอาประโยชน์ในทางมิชอบจนทนไม่ไหว ต้องปฏิวัติตัวเองเหมือนอย่างที่ จอมพล ป. พิบูล สงคราม และจอมพลถนอม กิตติขจร เคยโดนและเคยทำมาแล้ว เมื่อหลายสิบปีก่อน และที่จะโดนขี่มากกว่าทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ที่กล่าวข้างต้น ก็ยังจะมีศาลรัฐธรรมนูญ และบรรดาองค์กรอิสระ ประเภทหัวหมอที่จะเป็นเครื่องมือในการกระทุ้งทิ่มตำรัฐบาลในเรื่องจุกจิกหยุมหยิมได้ตลอดเวลา จนทำให้รัฐบาลต้องปรับ ครม. บ่อยๆ รัฐบาลจะถูกศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเล่นงานได้เกือบจะทุกเรื่อง เพราะในทางการเมืองนั้น อะไรที่ว่าเป็นของตายย่อมดิ้นได้เสมอ เมื่อมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง
         

 

นายคณิน กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นคนนอก โดยมี ส.ว. และกองทัพเป็นฐานสนับสนุนที่สำคัญนั้น ถึงแม้จะเป็นรัฐบาลเผด็จการที่เข้มแข็งและมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็จริง แต่ก็จะมีความเปราะบางอยู่ในตัว เหตุเพราะไม่มีการสนับสนุนของประชาชนในระดับรากหญ้าเลย ดังนั้น ในเมื่อทรัพยากรและผลประโยชน์ต่างๆ ถูกแบ่งปันกันเฉพาะในระหว่างบรรดากลุ่มนักการเมืองประเภทแต่งตั้ง กองทัพ ส.ว. แต่งตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และประชาชนกลุ่มเล็กๆ ที่สามารถเข้าถึงผลประโยชน์และทรัพยากรเหล่านั้นได้ ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งต้องพึ่ง ส.ส. ที่ไม่มีอำนาจหรืออิทธิพลใดๆ ที่จะไปต่อรองอะไรกับใครได้ จึงขาดการเหลียวแล ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อน และได้รับจัดสรรผลประโยชน์และทรัพยากรที่เป็นธรรม จึงไม่สามารถอดทนอยู่นิ่งเฉยได้ ต้องลุกขึ้นมาทวงความเป็นธรรมและเรียกร้องในสิ่งที่ขาดหายไป ซึ่งจะกระจายไปทั่วทั้งสังคมและทุกองคาพยพ จนกระทั่งเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างประชาชนกับรัฐบาล ยิ่งเมื่อประชาชนต้องเผชิญหน้ากับอำนาจรัฐที่มีลักษณะเป็นเผด็จการและมีจุดเดือดต่ำด้วยกันทั้งสองฝ่าย โอกาสที่จะปะทะและปราบปรามจนเกิดความรุนแรงจลาจลก็มีอยู่สูง และที่สำคัญจะเป็นช่องทางที่จะทำให้ประเทศมหาอำนาจและองค์การระหว่างประเทศยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือปกป้องประชาชนที่อาจจะถูกคุกคามและกดขี่โดยรัฐบาลเผด็จการที่มีกองทัพ และ ส.ว. แต่งตั้ง เป็นฐานสนับสนุนที่สำคัญได้ง่ายๆ
         

 

"ดังนั้นรัฐบาลเผด็จการหลังการเลือกตั้งตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ. จึงเป็นรัฐบาลที่แข็งแต่เปราะ หมิ่นเหม่และล่อแหลมต่อการที่จะนำประเทศไปสู่ความล่มสลายได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านซึ่งไม่มีใครบอกได้ว่าจะเป็นเมื่อไร และเมื่อถึงเวลานั้นเข้าจริงๆ แน่ใจหรือว่ารัฐบาลเผด็จการที่ไม่มีฐานประชาชนรองรับ ทั้งประชาชนไม่เคยมีส่วนร่วมเลยตั้งแต่เริ่มต้นร่างรัฐธรรมนูญจะเอาอยู่" นายคณิน กล่าว