"พีระศักดิ์" ยัน !! ไม่พบนักการเมืองก่อหวอดต้าน "ร่างรธน." - ค้านตั้งคำถามพ่วงประชามติ

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"พีระศักดิ์ พอจิต" เผยยังไม่มีนักการเมืองท้องถิ่นออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยันเลือกตั้งปี 60 แน่นอน - ค้านตั้งคำถามพ่วงประชามติ ชี้ต้องให้เกียรติส.ส. หวั่นทำให้ประชาชนสับสน - เชื่อไม่มีความขัดแย้ง มองร่างฉบับนี้ใช้การได้ดี !!

 


วันนี้ (3 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติคนที่สอง (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่า จากการลงพื้นที่ตามโครงการสนช.พบประชาชน ที่จ.มหาสารคาม และจ.ขอนแก่น ยังไม่มีนักการเมืองท้องถิ่นออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนเพื่อให้สนช.ช่วยแก้ไขปัญหาให้ เรื่องการเมืองยังไม่มี มีเพียงคำถามว่า อยากให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งตนได้ชี้แจงถึงโรดแมปของรัฐบาล ซึ่งจะมีการเลือกตั้งแน่นอนประมาณปลายปี 60 ส่วนการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญก็จะเกิดขึ้นประมาณเดือน ส.ค.59 นี้
         

 

นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า มีทางออกหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ซึ่งตนเห็นว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะกระบวนการทั้งหมดอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 57 โดยได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่ได้มีการแก้ไขว่า หากประชามติไม่ผ่านจะทำอย่างไร เพียงแต่เพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการทำประชามติว่าจะทำแบบไหน
         

 

เมื่อถามว่า สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้เสนอคำถามพ่วงประชามติให้รัฐสภาโหวตเรื่องนายกรัฐมนตรี ?

 


นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า คำถามของ สปท.จะส่งไปยังคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่มี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. เป็นประธาน เพื่อพิจารณารวมกับคำถามประชามติของสนช. ซึ่งขณะนี้คณะกรรมาธิการสามัญประจำสนช.ทั้ง 16 คณะได้สรุปแล้ว โดยบางคณะก็ถามบางคณะก็ไม่ถาม โดยคำถามมีทั้งซ้ำและไม่ซ้ำกัน ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ จะได้สรุปคำถามในวันที่ 4-5 เม.ย.59 จากนั้น จะนำเข้าสู่คณะกรรมาธิการกิจการ สนช.หรือวิป สนช. เพื่อให้พิจารณาว่า สรุปแล้วจะถามหรือไม่ถาม หากถามจะเลือกคำถามอะไร จากนั้น ก็นำที่ประชุม สนช.เพื่อขอมติว่าจะถามหรือไม่ในวันที่ 7 เม.ย.59 จะได้ข้อยุติ เพื่อส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อไป
         

 

เมื่อถามว่า แนวโน้มการโหวตเลือกนายกฯค่อนข้างมีน้ำหนัก ?

 


นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า เป็นการหารือกันตั้งแต่ต้นว่าอยากให้ ส.ว. มีบทบาทหน้าที่ช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่ส่วนตัวตนไม่เห็นด้วย ควรเป็นเรื่องและให้เกียรติ ส.ส.เพราะเป็นผู้กำหนดนโยบาย และต้องเสนอชื่อนายกฯจำนวน 3 คน เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคการเมืองไหน ซึ่ง ส.ส.ที่เป็นคนดีรักชาติบ้านเมืองก็มี อย่าไประแวงกันมาก อย่างไรก็ตาม คำถามพ่วงประชามติหรือไม่ก็ขึ้นกับมติ สนช. แต่ส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่จะมีการตั้งคำถาม เพราะจะทำให้ประชาชนสับสน ซึ่งประชาชนควรให้ความสนใจเรื่องของการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว
         

 

เมื่อถามต่อว่า มองสถานการณ์การเมืองนี้อย่างไร เพราะมีทั้งฝ่ายที่รณณรงค์รับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ?

 


นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของแต่ละฝ่าย แต่ตนอยากให้บ้านเมืองเดินไปตามกฎกติกา หากประชามติผ่าน มีการเลือกตั้ง มีการตั้งรัฐบาล เชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนอยากให้บ้านเมืองเดินหน้า แต่ในเรื่องของรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะเป็นอย่างไร คงจะเป็นเหมือนที่นายวิษณุพูดไว้ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะแก้ไขก่อนหรือหลังการทำประชามติ แต่ถ้าหลังประชามติไม่ผ่านเป็นหน้าที่ของคสช.จะพิจารณา
         

 

"เชื่อว่าคงไม่มีความขัดแย้ง เพราะทุกอย่างเดินไปตามกระบวนการ และตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 และเสียงเรียกร้องของพรรคการเมืองและประชาชนที่ต้องการให้มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ผมมองว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หลักการใช้ได้ อะไรที่เป็นเงื่อนไขก็นำไปเขียนอยู่ในบทเฉพาะกาล คนชอบพูดถึงหลักการกับสถานการณ์ เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเป็นแบบนี้ก็ต้องผสมผสานกัน เพราะไม่ใช่สถานการณ์ปกติ" นายพีระศักดิ์ กล่าว