"จ้อน" เชื่อคำถามปชม. "วันชัย" ปัดแสวงหาผลประโยชน์ - ไม่จมปลักการเมือง 10 ปีที่แล้ว !!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"อลงกรณ์ พลบุตร" เผยญัตติของ "วันชัย สอนศิริ" หวังช่วยชาติพ้นความขัดแย้งและไม่ได้เห็นเป็นส่วนประโยชน์ของตัวเอง เชื่อเป็นไปได้ยากมากที่จะมีนายกฯคนนอก เพรราะพรรคการเมืองต้องเสนอชื่ออยู่แล้ว - ไม่อยากให้การเมืองจมปลักเมื่อ 10 ปีที่แล้ว 

 

วันนี้ (3 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีที่ สปท.มีมติส่งคำถามพ่วงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในประเด็นให้ ส.ว.ร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า ตามที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การเสนอคำถามของ สปท.ที่ส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นั้น สปท.ยินดีน้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์ และขอให้เข้าใจว่า สปท.ดำเนินการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งญัตติคำถามของ สปท.ที่ผ่านการลงมติเมื่อวันที่ 1 เม.ย.นั้น มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เมื่อเสียงส่วนใหญ่สนับสนุนญัตติที่เสนอว่า "ในระยะ 5 ปีแรก นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฯ นี้ ให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจากความเห็นชอบของรัฐสภา" ก็ต้องถือเป็นมติของสปท.และเป็นเพียงหนึ่งในหลายคำถาม และความเห็นที่สนช.เปิดกว้างรับฟังจากทุกภาคีภาคส่วน เพื่อนำไปพิจารณาก่อนมีมติสุดท้ายในการประชุม สนช.วันที่ 7 เม.ย.และยังไม่แน่ว่า สนช.จะตั้งคำถามพ่วงรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากเห็นว่าควรตั้งคำถามก็ไม่จำเป็นต้องเห็นตาม สปท.เพราะสิทธิขาดอยู่ที่ สนช.
         


นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับคำถามของ สปท.ได้ส่งให้ สนช.ไปแล้ว และจะส่งผู้แทนของ สปท.ไปชี้แจงต่อคณะกรรมการพิจารณาความเห็นของ สนช.ในวันที่ 4 หรือ 5 เม.ย. โดยถือปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้เสนอคนอื่นๆ
         


"เท่าที่ฟังเหตุผลของผู้เสนอและผู้สนับสนุนญัตตินั้น ไม่มีใครไม่สนับสนุนประชาธิปไตย เพียงแต่ต้องการให้มีระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ที่ให้มีวุฒิสภาทำหน้าที่ประคับประคองให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าด้วยความสงบเรียบร้อย ดูแลการปฏิรูปประเทศและป้องกันวิกฤตชาติ มิให้เกิดซ้ำรอยเหมือน 10 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งการทำหน้าที่รัฐสภา ร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด อาจมีเพิ่มเรื่องการมีส่วนเลือกนายกฯ ตามญัตติของ นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปท.ก็เป็นระยะเปลี่ยนผ่านชั่วคราว แต่ทั้งนี้ก็ต้องเลือกนายกฯ จากรายชื่อของพรรคการเมืองเท่านั้น เว้นแต่รายชื่อที่พรรคการเมืองใหญ่เสนอเกิดล้มหายตายจากไปพร้อมกัน จนไม่มีชื่อในบัญชีที่จะเสนอ หรือเกิดวิกฤตพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรตกลงกันไม่ได้ถึงทางตัน รัฐธรรมนูญก็เขียนทางออกให้รัฐสภาใช้เสียง 2 ใน 3 คือ อย่างน้อยต้องมีวุฒิสภาทุกคน และ ส.ส.ครึ่งสภา จะขาดคนเดียวก็ไม่ได้ จึงจะสามารถยกเว้นให้เลือกนายกฯ จากชื่อนอกบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอ ผมเห็นว่า ในทางเป็นจริงแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เขียนไปก็เท่านั้น เพราะพรรคการเมืองใหญ่มีชื่อนายกฯ พรรคละ 1 - 3 ชื่อ ที่พร้อมจะเสนอให้รัฐสภาเลือกหลังการเลือกตั้งครั้งแรก ดังนั้น โอกาสคนนอกที่จะได้รับเสนอชื่อ จึงเป็นไปไม่ได้ในกระบวนการเลือกนายกฯ ตามญัตติคำถามของนายวันชัยและคณะ" นายอลงกรณ์กล่าว
         


นอกจากนี้ ผู้เสนอญัตติ และคณะ ยังไม่ได้คิดเห็นเป็นเรื่องการเมืองหรือผลประโยชน์ส่วนตน โดยระบุในเหตุผลของการเสนอญัตติว่า "..เมื่อพิจารณาจากร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจัดทำมาแล้ว เห็นว่ายังมีปัญหาต่อการนำไปบังคับใช้ อันไม่อาจแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศได้..." ซึ่งสะท้อนถึงความห่วงกังวลต่ออนาคตของประเทศเหมือนหลายๆ ท่าน ที่ยังไม่แน่ใจว่าหลังการเลือกตั้งจะเกิดปัญหาทางการเมือง จนนำไปสู่วิกฤติของชาติบ้านเมืองอีกหรือไม่ ดังเช่นที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงขอให้วิพากษ์วิจารณ์อย่างมีเหตุมีผล เห็นด้วยไม่เห็นด้วยเป็นเรื่องปกติ จะให้คิดเหมือนกันหมดคงไม่ได้ และต้องเคารพการแสดงความเห็นที่แตกต่าง และสู้กันด้วยข้อมูลและเหตุผล อย่าใช้วิธีกล่าวหาทำลายหรือใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นที่เห็นต่าง มิเช่นนั้นจะถือเป็นนักประชาธิปไตยได้อย่างไร