"มีชัย" เน้นปฏิรูปตำรวจเสร็จใน 1 ปี - จัด 3 ข้อเน้นๆสกัดโกงให้เหลือน้อยที่สุด !!

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"มีชัย ฤชุพันธุ์" เน้นจุดยืน 3 ข้อต่อร่างรธน.ฉบับล่าสุด "สกัดโกงให้เหลือน้อยที่สุด" เขียนสั้นแต่ครอบคลุมกว้างเพื่อสร้างความอุ่นใจให้ประชาชน - กำหนดปฏิรูปตำรวจเสร็จภายใน 1 ปี เพราะขาดความเป็นอิสระ เฉลี่ยความสุขเพื่อตอบสนองอย่างทั่วถึง

 

วันนี้ (3 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญได้จัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง "มุมมองร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" ในวาระที่ศาลรัฐธรรมนูญครบรอบ 18 ปี โดยมีนายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานกล่าวเปิดสัมมนา จากนั้นนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวปาฐกถาพิเศษถึงหลักคิดในการร่างรัฐธรรมนูญว่าเพื่อแก้ปัญหาสำคัญของประเทศ 3 ประการคือ 1.สกัดกั้นการทุจริตคอร์รัปชั่นให้เหลือน้อยที่สุด 2 ปัญหาความไม่มีวินัยของคนที่เรียกร้องสิทธิโดยไม่นึกถึงหน้าที่ ทำให้กระทบกระเทือนสิทธิคนอื่นจนเกิดความวุ่นวาย ซึ่งเกิดจากการศึกษาไม่ได้มุ่งให้คนเกิดวินัย 3 การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวดกวดขัน ส่วนหนึ่งอ้างว่ากำลังคนไม่พอแต่ส่วนที่สำคัญคือผู้บังคับใช้กฎหมายไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดแต่ทำตามผู้บังคับบัญชาและผู้มีอิทธิพลสั่ง ทั้งนี้เห็นว่าปัญหาสามประการนี้ทำให้สิทธิประชาชนตามรัฐธรรมนูญไม่เกิดผลไม่ว่าจะเขียนละเอียดอย่างไรก็ตาม
         

 

นายมีชัย กล่าวด้วยว่า มีความตั้งใจร่างรัฐธรรมนูญแบบสั้นแต่ครอบคลุมกว้าง เพราะในทางกฎหมายอะไรยิ่งเขียนละเอียดยิ่งแคบแต่ถ้าเขียนกว้างจะวิวัฒนาการตามสังคมได้สอดคล้องกับอนาคต โดยวางหลักใหม่ว่าถ้าไม่มีอะไรห้ามประชาชนสามารถทำได้หมด แต่ความรู้สึกของประชาชนมีความไว้ใจรัฐน้อยลงเนื่องจากเคยเบี้ยวประชาชนมามาก จึงมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มในส่วนที่สร้างความอุ่นใจกับประชาชนแต่ไม่เขียนสิ่งที่จะผูกมัดจนรัฐบาลบริหารงานไม่ได้ เพื่อไม่ให้เป็นการมัดมือมัดเท้าจนเกินไป
         

 

ส่วนปัญหาทุจริตนั้น นายมีชัย กล่าวว่า การป้องกันเบื้องต้นคือสกัดคนมีประวัติทุจริตออกไปก่อน เพราะถ้าเคยทุจริตมาแล้วไม่ว่าต่อหน้าที่หรือการเลือกตั้งแปลว่าเคยทำในสิ่งที่คอขาดบาดตายมาแล้ว ดังนั้นควรไปทำมาหากินอย่างอื่นไม่ควรเป็นตัวแทนประชาชน กลไกดูแลการทุจริตจึงมีตั้งแต่ก่อนเข้าถึงตอนออกคือในแง่คุณสมบัติต้องห้ามและกลไกจากองค์กรอิสระในการตรวจสอบติดตาม เมื่อใครถูกให้ออกจากตำแหน่งเพราะทุจริตหรือผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงก็ไม่ควรกลับมาอีก สำหรับปัญหาเรื่องความไม่มีวินัยเห็นว่าการปฏิรูปการศึกษาจะทำให้คนมีวินัยได้ จึงกำหนดการศึกษาภาคบังคับตั้งแต่อนุบาลและก่อนวัยเรียนเพื่อให้เกิดความเสมอภาคด้านการศึกษาอย่างแท้จริง ส่วนการบังคับใช้กฎหมายตำรวจเป็นต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรมซึ่งมีปัญหามากที่สุดเพราะขาดความเป็นอิสระ จึงกำหนดให้ปฏิรูปตำรวจให้เสร็จภายใน 1 ปีหากไม่ทำ การแต่งตั้งต้องเป็นไปตามหลักอาวุโส
         

 

นายมีชัย ยังกล่าวถึงสิทธิประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมือง ว่า มีการสร้างกลไกใหม่ให้สิทธิประชาชนไม่ลงคะแนนแต่เอามานับด้วย ขณะเดียวกันเพื่อให้การมีส่วนร่วมถึงศูนย์กลางแห่งอำนาจด้วยการสร้างวุฒิสภาจากประชาชนโดยตรงมีหลักประกันว่าไม่ต้องอยู่ภายใต้อาณัติพรรคการเมืองมีอิสระเต็มที่จากการสมัครตามกลุ่มสาขาอาชีพและเลือกกันเองระหว่างผู้สมัคร โดยหวังว่าวุฒิสภาจะได้รับฟังความเห็นคนทั้งประเทศผ่านความหลากหลายทางสาขาอาชีพ นอกจากนี้ยังกำหนดเรื่องการปฏิรูปประเทศให้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งคิดวิธีการได้เองกำหนดระยะเวลาให้เริ่มต้นภายใน 1 ปีเสร็จภายใน 5 ปี และมีกรรมการอิสระปฏิรูปการศึกษาภายใน 2 ปี
         

 

นายมีชัย กล่าวอีกว่า การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถทำให้ใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดมีความสุขได้แต่ต้องเฉลี่ยสุขเพื่อตอบสนองความต้องการอย่างทั่วถึงและกระจายเพราะความต้องการของคนมีความหลากหลายมาก จึงอยากให้ดูภาพรวมว่ากฎเกณฑ์นี้จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าประชาชนอยู่ดีมีสุขได้หรือไม่ ไม่ใช่วิเคราะห์แต่จุดไม่ดี อย่ามองแต่ในจุดร้ายหากคิดว่ายังไม่กระจ่างจะมีในกฎหมายลูกหากเกิดเหตุอะไรก็สามารถแก้ไขในกฎหมายลูกได้โดย กรธ.พร้อมรับฟัง พร้อมกับยืนยันว่า เคารพความเห็นนักวิชาการที่เป็นประโยชน์แต่เรื่องที่ขัดต่อหลักที่วางไว้ก็ไม่ได้เขียนไว้ แต่ยืนยันว่าสิทธิเสรีภาพประชาชนไม่ด้อยกว่าที่เคยมี หากตกหล่นก็จะมีมาตรา 25 รองรับไว้ทั้งหมด หากมีการเขียนกฎหมายในอนาคตที่จำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชนมากเกินความจำเป็นก็จะเป็นภาระของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องวินิจฉัยต่อไป
         

 

สำหรับศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระนั้น นายมีชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น มีการสร้างวาทกรรมว่าสร้างอำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากโดยไม่ได้อ่านเนื้อหา เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีอำนาจมากขึ้นกว่าเดิม แต่ที่ดูน่ากลัวเพราะมีหน้าที่วินิจฉัยว่าใครพ้นจากตำแหน่งเพราะมีลักษณะต้องห้ามทั้งที่เป็นเรื่องเดิมที่เคยกำหนดในรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาอยู่แล้วเพียงแต่มีคุณสมบัติต้องห้ามเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ขณะเดียวกันทั้งศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระก็ถูกตรวจสอบด้วย