- 03 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
"เสรี สุวรรณภานนท์" เตรียมชงเรื่องผู้แจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้งโดยการซื้อเสียงให้รางวัลนำจับ 100,000 บาท - นักการเมืองบริจาคเงินช่วยประเพณีต่างๆในเขตเลือกตั้งถือว่าผิด ผู้ซื้อเสียงโดนปรับ 20 ล้านบาท จำคุก 1-10 ปี มีอายุความ 20 ปี พร้อมกระตุ้นให้ปชช.ออกมาใช้สิทธิ์มากขึ้น !!
วันนี้ (3 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ในการประชุม สปท. วันที่ 4 เม.ย.นี้ จะมีการพิจารณารายงานของสปท.การเมือง เรื่อง การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ตามที่คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง พิจารณาเสร็จแล้ว เพื่อรายงานให้ที่ประชุม สปท.รับทราบ รายงานฉบับดังกล่าวเป็นการหาแนวทางทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งจะต้องมีการประสานความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน พรรคการเมือง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และส่วนราชการ ในการแก้ปัญหาการทุจริตเลือกตั้ง โดยมีข้อเสนอการปฏิรูปที่สำคัญ อาทิ การปฏิรูป การป้องกันและการทุจริตเลือกตั้งโดยในกรณีที่ประชาชนมีหลักฐานการทุจริตเลือกตั้ง หรือซื้อสิทธิขายเสียงแล้วแจ้งให้ กกต. ทราบ หากพบว่ามีการทำผิดจริง และคดีถึงที่สุดแล้ว ผู้แจ้งเบาะแสให้ กกต.ทราบ จะได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนพัฒนาการเมือง และการเลือกตั้ง ตามที่ กกต.กำหนด โดย สปท.การเมืองเสนอไปว่า อย่างน้อยควรได้รับค่าตอบแทนจากการชี้เบาะแสไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท เพื่อสร้างแรงจูงใจภาคประชาชน ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการป้องกันทุจริตเลือกตั้ง
นายเสรี กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน สปท.การเมือง ยังเสนอมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงทางอ้อม และระบบอุปถัมภ์ในการเลือกตั้ง โดยห้ามนักการเมืองบริจาคเงินช่วยตามประเพณีต่าง ๆ เช่น งานศพ งานแต่งงาน งานบวช ภายในเขตเลือกตั้งของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือระหว่างเลือกตั้ง และขณะดำรงตำแหน่งการเมือง ซึ่งจะต้องประกาศให้ประชาชนรับทราบมาตรการดังกล่าวโดยทั่วถึง เพื่อให้ช่วยกันตรวจสอบด้วย นอกจากนี้ยังกำหนดมาตรการลงโทษแบบฉีดยาแรงเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยให้มีมาตรการลงโทษทั้งแพ่ง อาญา และทางการเมืองที่รุนแรงเด็ดขาดและรวดเร็ว แก่ผู้แจกเงินซื้อเสียง และผู้รับเงินซื้อเสียง อาทิ มีบทลงโทษทางการเมืองโดยตัดสิทธิไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต รวมทั้งกำหนดบทลงโทษทางอาญาแก่ผู้ทุจริตเลือกตั้ง ให้มีโทษจำคุก 1-10 ปี ไม่มีการรอการลงโทษ โดยมีอายุความ 20 ปี รวมทั้งให้มีโทษปรับ 20 ล้านบาทควบคู่ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเสียงเลือกตั้ง การสร้างหลักฐานเท็จเพื่อกลั่นแกล้งผู้สมัคร นอกจากนี้จะเสนอมาตรการกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้น โดยตัดสิทธิบางประเภทแก่ผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยหากเป็นข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ต้องได้รับโทษทางวินัยด้วย
