"วิษณุ" มึนหนัก !! ข้อเสนอ "วันชัย" ยังแปลไม่ออก - ปูทางรัฐบาลแห่งชาติหรือไม่ ??

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"วิษณุ เครืองาม" ยังมึน !! ข้อเสนอคำถามพ่วงประชามติ "วันชัย สอนศิริ" ยังแปลไม่ออก จะเปิดช่องไปสู่รัฐบาลแห่งชาติหรือไม่ ?? - เชื่อให้ 2 สภามาประชุมร่วมกันแต่ไม่ได้นายกฯคนนอกเสมอไป เตรียมดูสนช.ว่าจะเอาด้วยหรือไม่ !!

 

วันนี้ (4 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคำถามพ่วงประชามติของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี เป็นการปูทางรัฐบาลแห่งชาติหรือไม่ ว่า ไม่ทราบจะเป็นการเปิดช่องไปสู่อะไรบ้าง แล้วไม่รู้ว่าสุดท้ายจะไปตั้งคำถามไปเรียงอักษรใช้ถ้อยคำภาษากันอย่างไร และคำถามจะออกมาอย่างไร ตลอดจนต้องการส่งสัญญาณหรือต้องการสื่ออะไร
         

 

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ไม่รู้ว่าเขาต้องการจะถามให้มีการเลือกตั้ง ส.ว.หรือจะให้ไปโหวตนายกฯ คนนอกได้ หรือจะประชุมร่วมกัน 2 สภาเพื่อจะเลือกนายกฯ ซึ่งอยากจะถามความชัดเจนจากเขาเหมือนกัน แต่ไม่อยากถามผ่านสื่อ เนื่องจากจะกลายเป็นการชี้ช่อง แต่ลำพังจะให้ 2 สภามาประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกฯ นั้น ไม่ทำให้ได้นายกฯ คนนอกเสมอไป เพราะมีการกำหนดไว้แล้วว่าต้องให้ได้เสียง 2 ใน 3 จากที่ประชุม คือ ต้องได้ 500 เสียงขึ้นไป และ ส.ว.250 คน จะเจ็บจะป่วยไม่ได้เลย ต้องมาประชุมให้ครบ แล้วไปบวกกับ ส.ส.250 คนขึ้นไปอีก
         

 

นายวิษณุ กล่าวว่า ถ้าเลือกจากบัญชีที่แต่ละพรรคเสนอได้ไม่เกิน 3 คน สมมุติ 10 พรรค เสนอได้ 30 คน แต่มีบางพรรคที่ได้เสียง ส.ส.ไม่เกิน 5% เสนอไม่ได้ อาจจะเหลือแค่ 5 พรรค คือ 15 คน แปลว่านายกฯ ประเทศไทยต้องเลือกจาก 15 คนนี้ แต่อย่าลืมว่าใน 15 คน ไม่ได้ล็อกว่าต้องเป็น ส.ส.เนื่องจากจะเป็นคนในหรือคนนอกก็ได้ มันอยู่ที่แต่ละพรรค ดังนั้น นายกฯ จะคนในหรือคนนอกไม่ใช่ประเด็น เพราะเปิดทางให้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องเลือกจาก 15 คนนี้เท่านั้น แล้วถ้าเกิดมีการถอดใจหรือไม่มีคุณสมบัติ จาก 15 คน จะเหลืออยู่ไม่เท่าไร ปัญหาจะมีตามมาได้ เพราะวาระเริ่มแรกบอกไว้ว่าหลังเลือกตั้งต้องเลือกกันแบบนี้ แล้วเกิดนายกฯ อยู่ไปได้ 1-2 ปี ไม่ว่าสาเหตุใด ต้องย้อนกลับมาใช้บัญชีเดิมซึ่งตอนนั้นคนที่มีคุณสมบัติครบจะลดจำนวนลงแล้ว ทางสภาก็ต้องมามะรุมมะตุ้มกันอยู่แค่นี้
         

 

"ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาจะตั้งคำถามว่าอย่างไร ถ้าส่งไปสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อาจจะเปลี่ยนคำถาม นำมาผสม หรือจะทิ้งเลยก็ได้ ดังนั้น ต้องรอดูขั้นสุดท้ายที่ สนช.ว่าจะตั้งได้ครอบคลุมขนาดไหน แล้วแปลว่าอะไร สิ่งที่ นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปท.เสนอตอนนี้ ตนยังแปลไม่ออกเลยว่าต้องการเสนออะไร รู้แค่ว่าอยากได้อะไร แต่ไม่รู้ว่าจะให้ถามอย่างไร ซึ่งถ้าเป็นคำถามที่ทำให้เกิดความสับสนไม่น่าจะมี แต่ถ้าถามแล้วทำให้เกิดความกระจ่างแจ้งควรจะมี" นายวิษณุ กล่าว
         

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเมื่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) รู้จักคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่แล้ว ทำไมไม่ทำร่างรัฐธรรมนูญให้กระจ่างแจ้งไปเลยตั้งแต่แรก ไม่ต้องมาถามคำถามพ่วงประชามติอีก ?

 


นายวิษณุ กล่าวว่า ตอบได้ 3 คำ "นั่นน่ะสิ"

 


เมื่อถามว่า เมื่อคำถามพ่วงประชามติขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่ผ่านประชามติจะต้องทำอย่างไร ?

 


นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องมาแก้รัฐธรรมนูญ เพราะการที่รัฐธรรมนูญผ่านนั้นเป็นการพิจารณารัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยที่เราแยกประเด็นไม่ถูกว่าใครเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับประเด็นใด แต่ถ้าคำถามพ่วงที่เฉพาะเจาะจงลงไปแล้วผ่าน ตรงนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งถือเป็นหลักธรรมดา
         

 

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ได้นัดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันจันทร์ที่ 11 เม.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือกันในเรื่องการทำประชามติ เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ วิธีการว่ามีอะไรบ้างที่ทำได้หรือไม่ได้ เป็นการขอความชัดเจน นอกจากนี้ ล่าสุดตนได้เชิญสำนักอาลักษณ์มาพูดคุยถึงการเขียนรัฐธรรมนูญในสมุดไทยที่ต้องเขียน 3 ฉบับ เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจแล้ว
         

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. .... ก็เหมือนกฎหมายอื่น จะเขียนให้ชัดเจนทั้งหมดไม่ได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามการตีความ เพราะเราไม่สามารถนึกถึงพฤติกรรมของคนได้หมดทุกเรื่อง ทุกคนอ่านกฎหมายฉบับเดียวกัน เจอช่องโหว่ได้ทั้งนั้น ตามที่ผู้หลักผู้ใหญ่บ้านเมืองพูดนั้นถูกต้องแล้วว่าดูที่เจตนาและการกระทำ คนสองคนพูดประโยคเดียวกัน ไม่จำเป็นว่าต้องผิดหรือถูกเหมือนกัน บางคนอาจจะผิดแต่อีกคนอาจจะไม่ผิด มันดูที่เจตนา ซึ่งตรงนี้ศาลจะเป็นคนพิจารณา