อ่านให้ครบ !! "มีชัย" แจง 6 ข้อดีเรียนฟรีถึงม.3 - ปัดห้ามรัฐจัดการศึกษาโดยให้เปล่า

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"มีชัย ฤชุพันธุ์" แจง 6 ข้อดีปมให้สิทธิ์เรียนฟรี 12 ปี ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามมาตรา 54 หมวด 5 - ให้รัฐจัดการศึกษาแบบให้เปล่าไปจนจบปริญญาเอกได้ !!

 

วันนี้ (4 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีกระแสวิจารณ์จากนักวิชาการและสังคมต่อการบัญญัติเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 54 ว่าด้วยรัฐต้องจัดการศึกษาให้เด็กทุกคนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นั้น ล่าสุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ได้ส่งข้อความผ่านแอพพิเคชั่นไลน์ในกลุ่มสื่อสารของกรธ. เพื่อชี้แจงประเด็นดังกล่าว ในหัวข้อ "ปัญหาของการศึกษากับรัฐธรรมนูญ" พร้อมกับให้นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ออกมาชี้แจง โดยมีเนื้อหาดังนี้

 

1.รัฐธรรมนูญไม่ได้ห้ามรัฐจัดการศึกษาโดยให้เปล่า ซึ่งรัฐจะจัดการศึกษาแบบให้เปล่าไปจนจบปริญญาเอกก็ไม่มีอะไรห้าม

 

2.การจัดการศึกษาให้เปล่าเดิมกำหนดไว้ 12 ปี แต่มีบางรัฐบาลจัดการศึกษาแบบให้เปล่าถึง 12-15 ปี โดยหย่อนสะพานไปถึงระดับอนุบาล  แต่ที่ผ่านมารัฐบาลส่วนใหญ่จัดการศึกษา 12 ปี ตั้งแต่การศึกษาภาคบังคับจนถึงมัธยมปลาย

 

3.การศึกษาแบบให้เปล่า ตั้งแต่ภาคบังคับนั้นเป็นประโยชน์และความได้เปรียบของคนเมืองและคนฐานะดี เพราะมีเงินส่งลูกเข้ารับการพัฒนาตั้งแต่ ขวบครึ่ง ส่วนคนจนและชนบทส่วนใหญ่เริ่มเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เมื่ออายุ 6-7 ขวบ  ดังนั้นเมื่อคนจนและคนชนบทไม่ได้รับการพัฒนามาแต่ต้นจึงสู้คนเมืองและคนฐานะดีที่เก่งมาแต่กำเนิดไม่ได้

 

4. ทางการแพทย์และการศึกษามีผลวิจัยที่ตรงกันว่า วัยที่จะพัฒนาในด้านสมองและอารมณ์จิตใจ ต้องพัฒนาอย่างช้า 2 ขวบ และก่อน 5 ขวบ ดังนั้นลูกหลานคนจนและคนชนบทซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ จึงไม่ได้รับการพัฒนา เมื่อเรียนถึงตอนปลายจึงไม่มีทางสู้ลูกคนมีเงินได้ เว้นแต่บางคนที่เก่งมาแต่กำเนิดจึงเกิดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรม อย่างมาก

 

5. รัฐธรรมนูญมุ่งที่จะให้ทุกคนได้รับการศึกษาตามความถนัด ไปได้ตลอดทาง และสร้างกองทุนไว้สำหรับคนที่ไม่มีทุนทรัพย์ให้สามารถหยิบฉวยได้ ไม่เฉพาะค่าเล่าเรียน แต่รวมถึงค่าใช้จ่ายในการศึกษาด้วย และเมื่อทุกคนได้รับการพัฒนาเริ่มต้นอย่างเดียวกันจึงจะขจัดความเหลื่อมล้ำได้อย่างจริงจัง

 

6. ตามรัฐธรรมนูญ โอกาสทางการศึกษาของทุกคนจึงทัดเทียมกันอย่างแท้จริง ไม่ว่าคนในเมืองหรือชนบท คนมีเงินหรือคนจน ทุกคนจะได้รับการพัฒนาพร้อมกัน สำหรับคนไม่มีเงินก็จะได้รับการอุดหนุนช่วยเหลือ. ความเหลื่อมล้ำอันเนื่องจากขาดการพัฒนาหรือเพราะฐานะทางเศรษฐกิจจะได้รับการขจัดไป