"บิ๊กป้อม"  ลั่น !! ไม่ปกป้อง "ทหาร" ทำความผิด ชี้ มีกฎลงโทษอยู่ว่า "ห้ามแตะตัว" ชัดเจน

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม www.tnews.co.th

"ประวิตร วงษ์สุวรรณ" ลั่น ! ไม่ปกป้อง "ทหาร" ทำความผิด สั่งลงโทษสถานหนักเบื้องต้น "สั่งขังแล้ว" ชี้ มีกฎชัดเจนว่าลงโทษ "ห้ามแตะเนื้อต้องตัว " สั่ง "ผู้บังคับบัญชา" ทำความเข้าใจ


วันนี้(7 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กรมการแพทย์ทหารบก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของ พลทหาร ทรงธรรม หมุดหมัด สังกัด ร.152 พัน.1 ว่า " ตอนนี้ได้รับทราบแล้ว ซึ่งเป็นในส่วนของกำลังพล ความจริงแล้ว ผู้บัญชาการทุกระดับพยายามที่จะไม่ให้เกิดเรื่องเหล่านี้ แต่ก็ยังเกิดขึ้นเรื่อยๆ เป็นระยะๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ตนได้เน้นย้ำกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงว่าให้ลงไปดู ไปควบคุมกำกับดูแลผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้นให้เข้าใจถึงระบบการฝึก ที่จะไม่ทำให้เกิดการสูญเสียกำลังพลที่จะอยู่ในขั้นตอนของความไม่ประมาท "


ทั้งนี้ เมื่อเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น ทาง ผบ.ทบ.ได้ลงโทษในเบื้องต้นโดยการสั่งขังทั้งหมด และตั้งคณะกรรมการสอบสวน และหากพบว่าในคดีอาญาก็ให้ว่าไปตามกฎหมาย ส่วนทางวินัยก็ให้คณะกรรมการดำเนินการไป ตนขอยืนยันว่า ทั้งหมดจะโดนลงโทษในสถานหนัก


เมื่อถามว่า ช่วงนี้เป็นช่วงการเกณฑ์ทหาร จะให้ความเชื่อมั่นกับทางผู้ปกครองของทหารเกณฑ์อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนได้สั่งไปถึงผู้บังคับบัญชาทุกระดับ รวมถึงสัสดี ให้ชี้แจงเพื่อสร้างความเชื่อมั่น เพราะเรื่องอย่างนี้ไม่ได้เกิดบ่อย และไม่ได้เกิดกันในทุกภาค ผู้บังคับบัญชาทุกระดับมีความพยายามที่จะไม่ไห้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น ตนก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร คงต้องลงไปดูว่าเขาเป็นเป็นโรคจิตรหรือเปล่า เพราะพลทหารก็เป็นลูกน้องของเขาเอง ไปทำแบบนี้จะเกิดประโยชน์อะไร


เมื่อถามว่า บทลงโทษพลทหารมีกำหนดหรือไม่ว่าห้ามแตะเนื้อต้องตัว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า " โดยปกติกฎระเบียบมีอยู่แล้ว ที่จะไม่ให้มีการแตะเนื้อต้องตัวกัน ซึ่งผู้บังคับบัญชาก็มีอำนาจสั่งลงโทษอยู่แล้ว ผู้หมู่มีอำนาจอย่างไร ผู้หมวดมีอำนาจอย่างไร ผู้กองมีอำนาจเท่าไร ในกฎระเบียบมีอยู่แล้วชัดเจน "


เมื่อถามว่า ทางญาติของผู้เสียชีวิต จะให้นายทหารทั้ง 6 คน มาขอขมาต่อผู้เสียชีวิต พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ไปก็ต้องไป ซึ่งตนให้ทางแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นผู้ดำเนินการ เมื่อวาน (6 เม.ย.) ผมลงไปในพื้นที่ภาคใต้ แล้วได้คุยกับแม่ทัพภาคที่ 4 แล้วไม่มีปัญหา คนไหนทำผิดก็ต้องรับไป เพราะกำลังพลในกองทัพมีจำนวนมาก แต่ละคนก็มีความคิดแตกต่างกัน ฉะนั้น อย่าไปเหมารวมว่าทหารทำอย่างนี้เหมือนกันหมด มันไม่ใช่ เป็นเพียงบุคคล พลทหาร ก.หรือ ร้อยตรี ข.แต่ละคนมีความคิดไม่เหมือนกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีกฎเกณฑ์ชัดเจนตั้งแต่กระทรวงกลาโหมลงไปยังเหล่าทัพ ว่าวินัยจะต้องทำอย่างไร การดำเนินการจะต้องทำอย่างไร ด้านการฝึกต้องทำอย่างไร ซึ่งก็ต้องมีเป็นขั้นตอน แล้วอย่างนี้เขาจะมีกรมยุทธศึกษา กรมพระธรรมนูญ ไว้ทำไม ซึ่งก็ต้องมีทุกเหล่าทัพเพื่อเป็นการกำหนดกฎเกณฑ์


"แต่วันนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มันไม่ค่อยจะเหมาะสม ไม่ใช่ว่าไม่เหมาะสมที่จะเกิดแต่มันไม่ควรจะเกิดเลย ผมได้กำชับ ผู้บังคับบัญชาระดับชั้น ทุกคน ให้ลงไปหากำลังพลให้ชัดเจนมากขึ้น เข้าไปกำกับดูแลมากขึ้นกว่านี้ ไม่ใช่ว่าปล่อยให้คนทำไป เราจะต้องดูว่าการตั้งผู้ฝึกควรจะตั้งผู้มีสติ สมัยตั้งแต่ผมเป็นนายทหารเด็กก็เข้มงวดในเรื่องอย่างนี้อยู่แล้ว ผมไม่ได้ห่วงภาพพจน์กองทัพ เพราะมันไม่ได้เกิดทั้งกองทัพ มันเป็นเรื่องของบุคคล เพราะคนดีดีในกองทัพมีเยอะ แต่เราต้องไปดูว่าต้องไม่เกิดขึ้นอีก พยายามต้องไม่ให้เกิดให้ได้ ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านการฝึก ต้องไปพิจารณาในการดำเนินการให้ชัดเจนมากขึ้นว่าเรามีความผิดพลาดอย่างไรในการจัดตั้งผู้ฝึก ตนขอยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่มีการปกป้องกำลังพลที่ทำผิด" พล.อ.ประวิตร กล่าว


เมื่อถามว่า ทหารทั้ง 6 คน มีความเครียดจากสถานการณ์ทางภาคใต้ แล้วไปลงกับพลทหาร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เพราะที่เกิดเหตุเป็นที่ตั้งปกติ ไม่ใช่เกิดจากความเครียดอย่างแน่นอน


เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวเรื่องนี้ทำให้ผู้ปกครองไม่อยากให้ลูกมาเกณฑ์ทหาร พล.อ.ประวิตร กล่าวติดตลกว่า ไม่ใช่หวาดกลัวแน่นอน แต่ไม่อยากเป็นมากกว่า ความจริงเรื่องการเกณฑ์ทหารชายไทยทุกคนต้องเกณฑ์ทหาร และในเวลานี้เขาเกณฑ์ทหารเท่าที่จำเป็น ไม่ใช่ว่าเอาทุกคน แต่ต้องเกณฑ์ทุกคนตามกฎหมาย ซึ่งจำนวนคนที่เขาจะรับ อาทิ ตำบลนี้รับ 10 แล้วมีคนจะต้องเกณฑ์ 100 คน ก็ไม่เอา 90 คน ก็เป็นการจับใบดำ ใบแดง