"สนช." ลงมติเห็นชอบ !! ผ่านกม.ลงประชามติ  -ห้ามรณรงค์รับ-ไม่รับร่างรธน.

ติดตามข่าวสารข้อมูล www.tnews.co.th

 


"สนช." ใช้เวลา 5 ชั่วโมงได้ข้อยุติ ผ่านความเห็นชอบพ.ร.บ.ประชามติ 65 มาตรา  สาระสำคัญไม่ปิดกั้นแสดงความเห็นร่างรธน. แต่ต้องติชมอย่างสุจริต  -ด้านสมาชิกบางส่วนท้วงติงกมธ.  ที่ปรับแก้ม.7 ห้ามทุกฝ่ายรณรงค์รับ-ไม่รับ เว้นแต่กกต.เท่านั้น  แต่ละฝ่ายทำได้เพียงแค่แสดงความเห็นข้อดี-ข้อเสีย เท่านั้น

 

 

 

วันนี้ ( 7 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธาน ได้ให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ด้วยคะแนน 171 ต่อ 1 งดออกเสียง 3 เสียง ให้ประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไป โดยใช้เวลาพิจารณานานกว่า 5 ชั่วโมงเศษ ทั้งนี้ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช. ประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ได้ชี้แจงว่า ร่าง พ.ร.บ.นี้มีทั้งหมด 65 มาตรา มีสาระสำคัญคือการเปิดโอกาสให้แสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญได้รอบด้าน ไม่มีการปิดกั้น แต่การแสดงความเห็นต้องเป็นไปโดยสุจริต ไม่ขัดกฎหมาย โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) จะเป็นผู้ทำหน้าที่เผยแพร่อธิบายสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่ กกต. ต้องวางตัวเป็นกลางในการทำหน้าที่ อย่างไรก็ตามการลงคะแนนครั้งนี้จะไม่มีการลงคะแนนด้วยวิธีใช้เครื่องลงคะแนน เนื่องจากเห็นว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีความสำคัญ จึงไม่สมควรนำมาใช้ในการทำประชามติครั้งนี้

 

 

 


          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกส่วนใหญ่ อาทิ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ นายตวง อันทะไชย นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล ได้อภิปรายท้วงติงเนื้อหาในมาตรา 7 อย่างหนักถึงกรณีที่ กมธ.แก้ไขหลักการตามร่างกฎหมายเดิม โดยตัดคำว่า “รณรงค์” ในการออกเสียงร่างรัฐธรรมนูญทิ้งไป ทำให้ไม่สามารถแสดงความเห็นรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญได้ ทั้งที่เป็นการแสดงความเห็นโดยสุจริตใจ ถือเป็นการละเมิดสิทธิประชาชนในการแสดงความคิดเห็น ซึ่ง พล.อ.สมเจตน์ ชี้แจงว่าการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ทุกคนทำได้ ไม่ปิดกั้น แต่การรณรงค์ถือเป็นการชักจูงให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในประเทศ คนที่จะรณรงค์ได้มีแค่ กกต.เท่านั้น แม้แต่ กรธ.ก็ทำได้แค่ชี้แจงข้อดีร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยทำได้แค่พูดข้อเสียเช่นกัน การพูดว่าให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถือว่าชี้นำจะสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายประชามติ อย่างไรก็ตามสมาชิก สนช.หลายคนยืนยันไม่เห็นด้วยกับเนื้อหามาตรานี้ทำให้ต้องแขวนมาตรา 7 ไว้ เพื่อพิจารณามาตราอื่นก่อน ซึ่งประธานฯ ได้สั่งพักการประชุม

 

 


          ภายหลังเปิดการประชุม สนช.อีกครั้ง กมธ.แจ้งต่อที่ประชุมว่ายินยอมแก้ไขข้อความในมาตรา 7 จากเดิมที่ระบุว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย” เป็น “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเผยแพร่ความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงโดยสุจริตและไม่ขัดต่อกฎหมาย”เพื่อให้บุคคลสามารถเผยแพร่ความคิดเห็นของตนเองที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องเป็นไปโดยสุจริตและไม่ขัดกฎหมาย.