"จ้อน" ค้านนำร่างรธน. "มีชัย" เทียบฉบับอื่น - วอนทุกฝ่ายโชว์ข้อดี-ด้อย ด้วยเหตุผล

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

"อลงกรณ์ พลบุตร" วอนทุกฝ่ายชี้แจงข้อดี-ข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญว่าจะรับหรือไม่รับเพราะอะไร ด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง - ค้านนำร่างรธน.ฉบับอื่นมาเปรียบเทียบกับฉบับ "มีชัย ฤชุพันธุ์" หวั่นเกิดความสับสน จำกัดเสรีภาพประชาชนในการพิจารณาด้วย

 

วันนี้ (17 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 1 เปิดเผยว่า กรณีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้มีสิทธิออกเสียงตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหน้าที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญให้ผู้มีสิทธิออกเสียงเกิดความเข้าใจในเนื้อหาสาระที่มีถึง 279 มาตรา เพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งการศึกษาร่างรัฐธรรมนูญแม้เพียงฉบับเดียว ก็เป็นเรื่องที่ยากอยู่แล้ว ฉะนั้นแต่ละฝ่ายทั้งที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จึงควรเสนอประเด็นข้อดีและข้อเสียของร่างรัฐธรรมนูญว่าควรจะรับหรือไม่รับด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเห็นมุมคิดหลายๆ ด้านที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)
         

 

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฏหมายสูงสุดที่มีความซับซ้อนสัมพันธ์โยงใยในแต่ละหมวด แต่ละมาตรา และมีความยากในตัวเองอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้การออกเสียงประชามติทั้งในอดีตและปัจจุบันจึงกำหนดให้พิจารณาเพียงฉบับเดียว ดังนั้นการจะให้มีร่างรัฐธรรมนูญฉบับอื่นมาเป็นทางเลือกเปรียบเทียบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยนั้น จะสร้างความสับสนและเพิ่มความยากในการทำความเข้าใจมากขึ้น อีกทั้งไม่สอดคล้องต่อข้อบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ยิ่งกว่านั้นยังเป็นการจำกัดเสรีภาพของประขาชนในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ เพราะในช่วงการไตร่ตรองว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ประชาชนจะคิดเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญที่ตัวเองชื่นชอบ บางคนนิยมรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 หรือปี 2521 บางคนชอบรัฐธรรรมนูญปี 2550 หรือปี 2517 การตีกรอบเพียงรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งเป็นคู่เทียบหรือแทนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย หรือข้อเสนอจะให้ผสมผสานรัฐธรรมนูญหลายฉบับเป็นทางเลือก โดยยังไม่ตกผลึกว่าจะมีรูปโฉมเป็นอย่างไร จะยิ่งเป็นข้อเสนอที่เลื่อนลอย ยากที่จะเป็นไปได้ภายในเวลาที่เหลืออยู่ก่อนการออกเสียงประชามติ
         

 

"ผมคิดว่าเรากำลังเดินทางสู่การมีรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งภายในปีหน้าตามโรดแม็พ ควรให้เป็นไปตามขั้นตอนและกรอบเวลาดังกล่าวโดยเน้นการศึกษาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย และคำถามพ่วงประชามติให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ามีจุดดีจุดด้อยอะไรบ้างก่อนตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับ ไม่ว่าผลประชามติจะออกมาอย่างไร ล้วนมีทางเดินทางออกตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน" นายอลงกรณ์ กล่าว