- 17 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
"เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง" อ่านแถลงการณ์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิประชาชน พร้อมสวมเสื้อ "โหวตโนไม่รับกับอนาคตที่ไม่ได้เลือก" เพื่อแสดงท่าทีในการไม่รับร่างนี้ - พร้อมระบุเหตุผลอีก 5 ประการ ทำลายหลักนิติธรรม "หลักการแบ่งแยกอำนาจ"
วันนี้ (17 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง นำโดย นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยทางเครือข่ายได้มีการสวมเสื้อยืดที่ระบุข้อความ "โหวตโนไม่รับกับอนาคตที่ไม่ได้เลือก" เพื่อแสดงออกในการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว
โดยแถลงการณ์ของทางเครือข่ายฯ ระบุว่า ทางเครือข่ายฯ ขอแสดงความเห็นพ้องกับกลุ่มและองค์กรต่างๆ ในการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของ คสช. ด้วยเหตุผล 5 ประการ คือ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขาดหลักการและความศักดิ์สิทธิ์ในฐานะกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพราะกลายเป็นเพียงกฎหมายเพื่อประโยชน์ ของคนบางกลุ่มบางฝ่ายเท่านั้น ขัดกับหลักการประชาธิปไตย ไม่เคารพเสียงทางการเมืองของประชาชน และจงใจสร้างความอ่อนแอแก่ระบบรัฐสภา เช่น นายกรัฐมนตรีสามารถมาจากบุคคลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งได้ ส.ว.ที่ตั้งโดย คสช. ระบบการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อที่ไม่สอดคล้องกับสถานะตัวแทนของราษฎร และที่สำคัญคือ แทนที่ คสช. จะสิ้นสุดตามที่เคยสัญญาไว้ แต่ยังกลับยังคงอำนาจต่อไปอีก อย่างน้อย 1 ปีหลังจากการทำประชามติ
แถลงการณ์ระบุต่อว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำลายหลักนิติธรรมคือ "หลักการแบ่งแยกอำนาจ" และมอบอำนาจทางการเมือง และการปกครองอย่างสูงแก่องค์กรตุลาการและองค์กรอิสระ แต่ไม่มีกลไกที่จะตรวจสอบอำนาจองค์กรเหล่านั้น ทั้งๆ ที่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ว่า การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรเหล่านี้มีส่วนในการบั่นทอน ตั้งแต่กฎเกณฑ์เบื้องต้นไปจนถึงการทำหลักประชาธิปไตย และเอื้อให้รัฐละเมิดอำนาจและสิทธิเสรีภาพของประชาชน นอกจากนี้ ร่างรัฐธรรมนูญนี้กำหนดเงื่อนไขให้การแก้ไขเนื้อหาในระดับที่ยากยิ่ง หรือไม่อยู่ในวิสัยที่จะทำได้เลย
หลังจากนี้ทางเครือข่ายฯก็จะได้แสดงความเห็นตามที่กฎหมายประชามติได้กำหนดไว้ต่อไป ซึ่งลักษณะการจัดงานก็จะเป็นการเสวนาในแต่ละประเด็นโดยให้นักวิชาการที่มีความสันทัดในแต่ละประเด็นมาพูดถึงประเด็นนั้นๆไป โดยจะหลีกเลี่ยงการแสดงความเห็นว่าจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะหลังจากกฎหมายประชามติบังคับใช้ การกระทำนี้จะมีความผิดต้องจำคุก 10 ปี ทั้งนี้หลังจากเดือน ก.ค. ทางเครือข่ายฯจะได้เปิดเผยโรดแมปที่สมควรจะเป็นต่อไปถ้าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน
อย่างไรก็ตาม ทางตัวแทนเครือข่ายฯได้เปิดเผยว่าถ้าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านนั้นควรให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุดและให้รัฐบาลจากการเลือกตั้งเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญเอง
เมื่อถามว่า ความเห็นเรื่องการแสดงออกช่วงก่อนการทำประชามติ ทางตัวแทนเครือข่ายฯ ได้กล่าวว่า การแสดงออกว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้นคิดว่าควรจะแสดงออกมาได้อย่างเสรี การกำหนดให้ลงประชามติแบบเก็บกดนั้นจะเป็นการเสียหาย ถ้าประชามติผ่านก็อาจจะทำให้เกิดคำถามเรื่องของ ความชอบธรรมได้ แต่ถ้าหากไม่ผ่านประชามติก็จะทำให้เกิดการแสดงออกที่รุนแรง ดังนั้นจึงคิดว่าควรจะให้กลุ่มที่รับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญได้แสดงออกโดยเสรี ทั้งนี้ขอยืนยันว่าเป้าหมายของเครือข่ายฯไม่ได้อยู่ที่ว่า คสช.จะอยู่นานแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าร่างรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยหรือไม่
