- 17 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
"พีระศักดิ์ พอจิต" หวั่นประชาชนสับสนคำถามพ่วงสนช. ต้องอธิบายให้เข้าใจอย่างละเอียด หลังย้อนแย้งกับเนื้อหารัฐธรรมนูญ - หนุนใช้ของปี 2550 หากประชามติไม่ผ่าน ชี้ถ้ายำ 2 ฉบับรวมกันจะทำให้ยุ่งยาก เพราะบริบทที่แตกต่างกัน
วันนี้ (17 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของสนช.ในการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชน เรื่องคำถามพ่วงประชามติ ว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) วันที่ 19 เม.ย. จะหารือเรื่องการลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องคำถามพ่วงประชามติ เพราะ กรธ.มองว่า คำถามพ่วงดังกล่าวย้อนแย้งกับตัวเนื้อหารัฐธรรมนูญ จึงเป็นไปได้ที่ประชาชนอาจจะเข้าใจสับสน เพราะตั้งคำถามขัดกับร่างรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อ สนช.ตั้งคำถามขึ้นมาแล้ว ก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ เพื่อให้การทำประชามติเดินหน้าไปได้ คงต้องไปใช้ภาษาง่ายๆ อธิบายคำถามพ่วงให้ประชาชนเข้าใจว่าคือ การให้ ส.ว.มีสิทธิโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส. แต่ต้องอยู่ภายใต้บัญชีรายชื่อตามที่พรรคการเมืองเสนอมา ไม่สามารถเลือกนายกฯ ที่อยู่นอกบัญชีของพรรคการเมืองได้
นายพีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เสนอทางเลือกให้นำรัฐธรรมนูญปี 40 ปี 50 ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. มาผสมกัน หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามตินั้น มองว่า ถ้าเอารัฐธรรมนูญทุกฉบับมายำรวมกันคงเหนื่อย เพราะที่มาและบริบทของแต่ละฉบับแตกต่างกัน ถ้าเอามารวมกันคงยุ่งแน่ ส่วนตัวอยากให้นำรัฐธรรมนูญที่เคยผ่านประชามติจากประชาชนคือ รัฐธรรมนูญปี 50 มาใช้ และใส่บทเฉพาะกาลเพิ่มเติมเข้าไป แม้ คสช.จะเป็นผู้ฉีกรัฐธรรมนูญปี 50 แต่ไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้ เพราะรัฐธรรมนูญปี 50 ถือเป็นฉบับที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน เพราะได้รับความเห็นชอบในการทำประชามติมาแล้ว
