- 26 เม.ย. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม www.tnews.co.th
"วิษณุ เครืองาม" ย้ำ !! "กกต." เป็นผู้ชี้ทิศทาง กำหนดพฤติกรรมว่า "ทำได้ -ไม่ได้ " ปฎิเสธตอบเรื่องของ "นปช.กปปส." แถลงจุดยืนร่างรัฐธรรมนูญ แนะ หากไม่อยากถูกจับ อย่าทำออกมาอะไรที่สุ่มเสี่ยง
วันนี้(26 เม.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ออกมา 3 ฉบับเมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมาว่า ได้ยินข่าวแล้วแต่ยังไม่เห็นเนื้อหา ซึ่งกกต.อาจส่งระเบียบดังกล่าวลงราชกิจจานุเบกษาถึงเวลานั้นตนคงขอดูรายละเอียดอีกครั้ง ส่วนที่ระเบียบของกกต. ที่ระบุให้แสดงความเห็นในช่วงประชามติผ่านสื่อ ติดป้าย รวมถึงส่งข้อความผ่านทางโซเซียลมีเดียได้นั้น เป็นสิ่งที่เราขอให้กกต.ระบุมาให้ชัดเจนว่าอะไรสีดำ สีขาว หรือสีเทา ทั้งนี้กกต.ไม่จำเป็นต้องส่งหลักเกณฑ์อะไรมาให้รัฐบาลตรวจทาน เพราะเป็นความรับผิดชอบของกกต. และเป็นผู้มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆได้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าบางเรื่องที่กกต.ระบุให้ทำได้ในช่วงประชามติอาจขัดคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ทั้งเรื่องการแสดงความเห็น และเรื่องการชุมนุมจะทำอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่กกต.สั่งตามบริบทของ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แต่หากมีส่วนใดที่ผิดตามคำสั่ง คสช. ถือเป็นอีกเรื่อง
เมื่อถามว่าระหว่างคำสั่งพ.ร.บ.การออกเสียงฯ กับคำสั่ง คสช. อย่างไหนมีอำนาจเหนือกว่ากัน นายวิษณุ กล่าวว่า ก็ใช้ควบคู่กันโดยไม่มีอะไรใหญ่ไปกว่ากันเพราะเป็นคนละกรณี อย่างที่เคยบอกไว้ หลุดจากกฎหมายหนึ่งอาจไปเจอคำสั่งคสช.ก็ได้ อย่างไรก็ตามหากมีการปลุกระดมในเวทีแสดงความเห็นย่อมผิดตามมาตรา 61 พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติฯ แต่ปลุกระดมคืออะไรนั้น ทางกกต.ต้องอธิบายได้ ส่วนกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ(นปช.)และคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.)ออกมาแถลงจุดยืนต่อร่างรัฐธรรมนูญว่า ไม่ขอตอบว่าการแสดงจุดยืนของทั้ง 2 กลุ่ม จะขัดพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติฯ หรือไม่ เพราะควรให้ตำรวจ อัยการ ศาล เป็นผู้วินิจฉัย จะให้ตนบอกว่าผิดแล้วไปจับ หรือบอกว่าไม่ผิดแล้วไม่จับก็คงไม่ใช่ แต่ยอมรับว่าหากเรื่องนี้ไม่มีความชัดเจน ก็จะมีกรณีอื่นๆตามมาได้ ทางที่ดีไม่ควรทำอะไรที่เสี่ยง ล่อแหลม ในระยะนี้เพราะไม่ใช่เหตุที่คสช.จะตระหนกตกใจ ลุกขึ้นทำอะไรโดยไม่มีเหตุ เมื่อทราบสาเหตุก็ต้องมีการปรามความเคลื่อนไวที่ผิดปกติไว้ก่อนในระยะนี้
