"สนช. จับมือ กรธ." !! เตรียมเดินสายแจง "ร่าง รธน." โยน "กกต." ตัดสินใจ "กปปส.-นปช." แถลงจุดยืนผิด พ.ร.บ.ประชามติหรือไม่ ?

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม www.tnews.co.th

"สนช."พร้อมแล้ว !! เตรียมเดินสายชี้แจง "ร่างรัฐธรรมนูญ " ร่วมกับ "กรธ."  โยน "กกต." ตัดสิน "กปปส.-นปช." หลังแถลงจุดยืนร่างรัฐธรรมนูญเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ประชามติหรือไม่ ?


วันนี้(26 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. คนที่1  ให้สัมภาษณ์ ถึงการเตรียมความพร้อมในการชี้แจง คำถามพ่วงประชามติ ว่า ได้หารือในที่ประชุมคณะกรรมการรวบรวมความเห็น ของ สนช. เกี่ยวกับกรอบแนวทางในการทำงานร่วมกัน โดยมีข้อสรุปว่า สนช. จะลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ร่วมกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ.

 

ซึ่ง กรธ.ได้กำหนดเวทีและกลุ่มจังหวัดในการไปเผยเเพร่ร่างรัฐธรรมนูญแล้ว เพื่อความสะดวกและประหยัดงบประมาณ ซึ่งโดยส่วนตัวได้หารือกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์  ประธาน กรธ. ไว้ล่วงหน้า แล้วโดยมีความเห็นตรงกันในเรื่องดังกล่าว


ขณะเดียวกัน สนช.จะประชาสัมพันธ์คำถามพ่วงประชามติและเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญผ่านโครงการต่างๆ ของ สนช. ที่มีอยู่เดิม เช่น โครงการ สนช. พบประชาชน  โครงการเผยแพร่ประชาธิปไตยทั้งของสภาผู้แทนราษฎรและของวุฒิสภา ซึ่งโครงการเหล่านี้จัดทำทุกปีอยู่แล้ว โดยจะปรับเนื้อหาจากโครงการต่างๆ เพื่อแทรกการสื่อสารประชาสัมพันธ์อธิบายเกี่ยวกับคําถามพ่วงของ สนช.

 

นอกจากนี้ จะมีการสื่อสารผ่านสื่อวิทยุโทรทัศน์ของรัฐสภาซึ่งเป็นเครื่องมือของสภาอยู่แล้ว ซึ่งตัวเองได้ให้นโยบายกับผู้อำนวยการสถานี ว่า จะสามารถปรับผังรายการที่จะมารองรับภารกิจในช่วงนี้ได้อย่างไร ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมารองรับเพิ่มเติม

 

ขณะเดียวกัน จะประชาสัมพันธ์ผ่านคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ ของ สนช. ซึ่ง สนช. มีเครือข่ายพันธมิตร เช่น ฟรีทีวีช่องต่างๆ ทีวีของกรมประชาสัมพันธ์ รวมถึงทีวีดิจิตอลช่องต่างๆ ซึ่งได้ประสานงานไว้ล่วงหน้าแล้ว

 

โดยการประชาสัมพันธ์ดังกล่าวจะทำร่วมกันทั้ง 3 เรื่องคือสื่อสารไปยังประชาชนให้เข้าใจเรื่องสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ สื่อสารให้เข้าใจถึงเรื่องหลักเกณฑ์การจัดทำประชามติว่า การกระทำอย่างไรที่ผิดกฎหมายอย่างไรที่ไม่ผิดกฎหมาย และสื่อสารให้เข้าใจถึงประเด็นคำถามพ่วงว่า ทำไมต้องมีคำถามพ่วง คำถามพ่วงเกิดขึ้นแล้วยุ่งยากสับสนจริงหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความมุ่งหมายที่อยากให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม นี้ บนพื้นฐานของการมีข้อมูลครบถ้วน ในการประกอบการตัดสินใจ ซึ่งผลจะออกมาอย่างไรนั้น สนช. น้อมรับมติของประชาชน


ส่วนกรณีที่กลุ่มแนวร่วมทางการเมืองฝ่ายต่างๆทั้งมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ และ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ออกมาแถลงจุดยืนที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นการขัดต่อ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ต้องให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. เป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ดี โดยหลักการของ พ.ร.บ.ประชามติที่สำคัญ ก็คือบุคคลสามารถแสดงความคิดเห็นได้แต่ต้องไม่โน้มน้าวชักจูงให้ผู้อื่นเห็นคล้อยตาม