"สมชัย" เข้าแจ้งความดำเนินคดี  "ผู้ทำผิด กม.ประชามติ" รายแรก !!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม www.tnews.co.th

" กกต."  แจ้งความเอาผิดกองทุนในขอนแก่น โพส เฟซบุ๊กใช้ถ้อยคำ หยาบคาย ชักจูง ให้คล้อยตามการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 61 วรรค 2 ชี้ต้องการให้เป็นคดีตัวอย่างยืนยันไม่ปิดกั้นความคิดเห็นแต่ต้องเป็นไปตามเหตุผล

 

วันนี้(27 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.45 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีที่มีผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 โดยมีพ.ต.ท.วินิจ ศรีสูงเนิน หัวหน้างานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เป็นผู้รับแจ้งความและร.ต.ท.กฤติเดช ชอบค้าขาย ร้อยเวรเจ้าของสำนวน

 

โดยนายสมชัย ให้สัมภาษณ์หลังเข้าแจ้งความ ว่า ได้มาแจ้งความเอาผิดกับผู้บริหารและผู้โพสต์ข้อความในนามของกองทุนๆ หนึ่งที่ตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้มีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กในลักษณะที่มีถ้อยคำที่ก้าวร้าว หยาบคาย รุนแรง ข่มขู่ โน้มน้าวชักจูงให้ลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ตามความผิด มาตรา 61 วรรค 2 ที่ระบุว่า ผู้ดำเนินการเผยแพร่ข้อความ ภาพเสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์อิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าวหยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการก่อความวุ่นวาย เพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย การแจ้งความในนามของ กกต.
ที่สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องรอมติจากที่ประชุมเพราะได้พบเห็นการกระทำความผิดที่ชัดแจ้งปรากฏต่อสาธารณะ ซึ่งไม่ว่าใครหรือประชาชนทั่วไปที่พบเห็นความผิดในลักษณะดังกล่าวก็สามารถแจ้งความได้

 

ทั้งนี้ ได้พบข้อความดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยไม่ทราบว่าได้มีการโพสต์มาเป็นระยะเวลานานเท่าใด แต่ขณะนี้ข้อความดังกล่าวได้ถูกลบออกไปแล้วแต่ได้มีการบันทึกข้อความดังกล่าวไว้ แล้วถ่ายเอกสารมายื่นเป็นหลักฐานต่อพนักงานสอบสวน รวมทั้งหลักฐานซึ่งมั่นใจว่าหลักฐานที่นำมาอในวันนี้จะเพียงพอ ต่อการเอาผิดผู้ที่โพสต์ข้อความดังกล่าวได้โดยทางตำรวจจะเป็นผู้สืบสวนสอบสวนต่อไปว่าข้อความที่โพสนั้น โพสต์โดยบุคคลหรือผู้จัดการ หรือ ผู้บริหารกองทุนมีส่วนรู้เห็นด้วย
ส่วนกองทุนดังกล่าวจะเชื่อมอยู่กับกลุ่มการเมืองหรือไม่นั้น ตัวเองไม่ทราบจึงไม่สามารถบอกได้

 

อย่างไรก็ตาม การแจ้งความในวันนี้ไม่ได้ต้องการจะนำผู้ใดเข้าคุกหรือต้องมีการขึ้นศาลแต่อย่างใด แต่ต้องการให้เป็นคดีตัวอย่าง เพื่อให้บรรยากาศการทำประชามติเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ทั้งนี้ ยืนยันว่าการแสดงความคิดเห็นในการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ ซึ่ง กกต. ไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของนักวิชาการหรือบุคคลใด แต่ต้องเป็นไปด้วยหลักเหตุผลว่า รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเพราะสาเหตุใด ไม่ใช่มีถ้อยคำที่ หยาบคาย ก้าวร้าว รุนแรง ข่มขู่ โน้มน้าวชักจูง ให้ผู้อื่นคล้อยตาม

 

ส่วนที่ กกต. จะต้องมีการตั้งหน่วยงานเพื่อมาดูแลในเรื่องการแสดงความคิดเห็นในการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ต้องหารือกับที่ประชุมกกต. อีกครั้ง อย่างไรก็ดี ในวันที่ 29 เมษายน นี้ จะมีความชัดเจนว่าสิ่งใดที่ทำได้หรือทำไม่ได้ในการรณรงค์หรือแสดงความคิดเห็น การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ