"พธม." ลุยค้านปปช.ถอนฟ้องคดีสลายม็อบปี 51 !!  เชื่อมีประโยชน์ทับซ้อน  "คนวงษ์สุวรรณ-ปปช."

ติดตามข่าวสารข้อมูล www.tnews.co.th

 

"ตัวแทนพธม." นำด้วย "ปานเทพ-นิติธร" เข้ายื่นหนังสือคัดค้านปปช.ถอนฟ้องคดีสลายพธม.ปี 51  -ชี้  คำสั่งเบ็ดเสร็จให้ฟ้องแล้ว จึงไม่ควรถอนฟ้อง  เชื่อ มีการเอื้อประโยชน์ระหว่าง "ประธานปปช. - คนวงษ์สุวรรณ"   ??

 

 

 

วันนี้ ( 4 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ตัวแทนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อาทิ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นายศิริชัย ไม้งาม นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด พร้อมด้วยนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ และญาติผู้เสียและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ปี 2551 เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยมีนายสุทธิ บุญมี ผู้อำนวยการสำนักการข่าวและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. มารับหนังสือ

 

 

 


นายปานเทพ วงศ์พัวพันธ์ แกนนำกลุ่มพันธมิตร เปิดเผยว่า ส่วนตัวแล้วไม่เชื่อใจการทำงานของ ป.ป.ช. ชุดนี้ เพราะมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงให้ความสำคัญ หากยังเพิกเฉยหรือละเลย ทางแกนนำกลุ่มพันธมิตรจะมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อเรียกร้องความถูกต้อง

 

 

 


นายนิติธร เปิดเผยว่า มายื่นหนังสือเพื่อคัดค้านความพยายามในการถอนฟ้องคดีดังกล่าวออกจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะคดีนี้ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งเบ็ดเสร็จเด็ดขาดให้ฟ้องคดีแล้ว จึงไม่สามารถถอนฟ้องได้ และปัจจุบันศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เริ่มทำการไต่สวนพยานโจทก์ไปแล้ว จึงทำให้เกิดความสงสัย เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น โดยพล.ต.อ.ดร. วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช.คนปัจจุบัน ได้ดำรงตำแหน่งโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้แก่อดีตผู้บังคับบัญชาของประธานป.ป.ช.

 

 

 


แต่ก่อนอื่น เราจะไปทบทวนกันกับรายชื่อบุคคลที่ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดในคดีดังกล่าว ซึ่งประกอบไปด้วยนักการเมืองและนายตำรวจ จำนวน 4 ราย โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

 


1.สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี มีความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งเรียกประชุม ครม.นัดพิเศษในคืนวันที่ 6 ตุลาคม 2551 โดยมอบหมายให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้สั่งการ และเปิดทางให้ ส.ส.และ ส.ว.เข้าสู่รัฐสภา

 

 


2. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรี มีความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานเป็นผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ และสั่งการให้ตำรวจผลักดันผู้ชุมนุมโดยใช้แก๊สน้ำตา

 

 

 


3. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ในฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบตามอำนาจหน้าที่ เมื่อเกิดเหตุรุนแรงจนถึงขั้นผู้ชุมนุมบาดเจ็บสาหัส จึงควรจะยับยั้งมิให้เหตุการณ์ลุกลามต่อไป และมีการให้การจากพยานว่า เป็นผู้สั่งการสลายการชุมนุม จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและมีความผิดวินัยร้ายแรง

 

 


4. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น.ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ และเป็นเจ้าของพื้นที่ มีความผิดวินัยร้ายแรงและอาญา

 

 


อีกด้านหนึ่งทางการเมือง ก็เป็นประเด็นที่เคลือบแคลงอยู่ไม่น้อย เพราะ หนึ่งในจำเลยของคดีนี้ คือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นน้องชายของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ไม่เพียงเท่านี้ ก่อนที่ พล.ต.อ.วัชรพล จะดำรงตำแหน่งประธาน ป.ป.ช. ก็เคยทำหน้าที่เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีให้กับ พล.อ.ประวิตร มาก่อนด้วย