- 08 พ.ค. 2559
ติดตามข่าวสารข้อมูล www.tnews.co.th
"สปท." เผยแนวทางสร้างปรองดอง ยกคดีไม่ร้ายแรงสามารถใช้ม.44 ถอนฟ้องได้เลย โดยออกเป็นพรบ.- พรก.รอการกำหนดโทษ เช่น ปิดสนามบิน-ตามถนน หากอยู่ภายใต้การต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ทางการเมือง -เว้นคดีร้ายแรงทุจริต-ม.112
วันนี้ ( 8 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสร้างความปรองดองของ สปท.ว่า มีความคืบหน้าไปมากแล้ว ทั้งเรื่องการเยียวยา และเรื่องคดีความ เบื้องต้น สปท.การเมืองวางแนวทางแก้ปัญหาไว้ 2 ระดับคือ 1.การแก้ปัญหาโดยใช้นโยบายรัฐ เช่น คดีความผิดเล็กน้อยหรือมีเจตนาไม่ร้ายแรง อาจมีนโยบายของรัฐไม่ดำเนินคดีต่อเช่น การใช้มาตรา 44 การถอนฟ้อง 2.การแก้ปัญหาโดยตัวกฎหมาย จะใช้วิธีการออก พ.ร.บ.หรือ พ.ร.ก.รอการกำหนดโทษ เพื่อความปรองดอง เพื่อให้คดีสิ้นสุดลงทันที โดยไม่ต้องมีการตัดสินคดีหรือฟังคำพิพากษา จะใช้กับคดีที่มีความรุนแรงมากขึ้นเช่น กรณีแกนนำบุกยึดสถานที่ราชการ การปิดสนามบินหรือสี่แยกต่างๆ ที่เป็นอุดมการณ์ต่อสู้ทางการเมือง แต่ทำเลยเถิดเกินเลยทำให้เกิดความวุ่นวายในสังคมตามมา แต่จะไม่รวมถึงคดีทุจริต มาตรา 112 และการวางเพลิงเผาทรัพย์
นายเสรี กล่าวต่อว่า เงื่อนไขการเข้าสู่กฎหมายรอการกำหนดโทษนั้น ผู้ถูกดำเนินคดีต้องยอมรับสารภาพว่าตัวเองกระทำผิดในชั้นศาลก่อน หลังจากได้รับการรอการกำหนดโทษแล้ว จะมีมาตรการอื่นๆ มาควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้กลับไปกระทำผิดอีกอาทิ การห้ามชุมนุมการเมือง การห้ามปลุกปั่นก่อความวุ่นวาย รวมถึงอาจตัดสิทธิการเมืองตลอดไป ข้อห้ามเหล่านี้จะกำหนดไปตลอดชีวิต ไม่มีอายุความ หมายความว่า จะถูกคาดโทษติดตัวไปตลอดชีวิต หากใครฝ่าฝืนข้อห้ามรอการกำหนดโทษจะถูกเรียกตัวมาฟังคำพิพากษาในคดีเดิม เพื่อลงโทษทันที มาตรการรอการกำหนดโทษจึงแตกต่างจากการนิรโทษกรรม เพราะการนิรโทษกรรมไม่มีข้อห้ามต่างๆ มาควบคุมหลังจากได้รับการนิรโทษกรรมแล้ว แต่วิธีรอการกำหนดโทษจะมีเงื่อนไขและข้อห้ามต่างๆ มาควบคุม มิให้กลับไปกระทำผิดอีก
นายเสรี กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นหลักการที่ สปท.การเมืองวางไว้ มีผู้เห็นด้วยจำนวนมาก ขณะนี้เตรียมขอเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในสัปดาห์หน้า เพื่อชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ให้ฟังเพิ่มเติม สปท.การเมืองจะผลักดันกฎหมายรอการกำหนดโทษให้เสร็จภายใน 3 เดือน ก่อน สปท.จะหมดวาระ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ก่อนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น.
