- 13 พ.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม www.tnews.co.th
"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ออกโรง !!! เหน็บ "รัฐบาล" ควรรับฟังปัญหาเรื่อง "สิทธิมนุษยชน" ที่นานาชาติกำลังแสดงความกังวลในตอนนี้ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับประชาชนในการลงประชามติ
วันนี้(13 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยวันนี้ช่วงเวลา 09:00 น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมารับฟังการไต่สวนพยานโจทก์นัดที่ 8 ในคดีโคพรงการจำนำข้าว โดยมีกลุ่มมวลชนมารอมอบดอกไม้ให้กำลังใจจำนวนหนึ่ง ที่มาปักหลักรอตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ณ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถนนแจ้งวัฒนะ
ซึ่งประชาชนที่มารอต้อนรับนั้น ต่างมอบดอกกุหลายเป็นกำลังใจเหมือนเช่นทุกครั้ง รวมทั้งได้นำผลไม้ทามอบให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยเช่นกัน พร้อมทั้งตะโกนคำว่า"ยิ่งลักษณ์ สู้ๆ" วันนี้ศาลนัดไต่สวนพยาน 2 ปากคือ นายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผช.ผจก.ธกส. และนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ด้านนางสาว ยิ่งลักษณ์ กล่าวก่อนเดินทางขึ้นศาลว่า "วันนี้หลายๆประเทศแสดงความกังวลเรื่องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ในฐานะที่ดิฉันเป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง อยากให้รัฐบาลและ คสช.รับไปพิจารณาในเรื่องดังกล่าว เพราะจะได้สร้างบรรยากาศที่ดี
รวมทั้งความสบายใจให้กับประชาชนในการลงประชามติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้จะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้และเข้าใจเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญให้มากที่สุด เพื่อลดความคลางแคลงใจและคลายความกังวลของนานาประเทศได้"
และตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม ไปจนถึง 18 พฤศจิกายน 2559 เวลา 10 เดือน “อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์” จำเลย จะต้องมาศาลเพื่อร่วมกระบวนการไต่สวนพยานทุกนัดตั้งแต่วันแรก จนวันสุดท้าย ห้ามหนีหายไม่เช่นนั้นจะถูกศาลสั่งถอนประกัน และปรับเงินประกัน 30 ล้านบาท ที่จะต้องพ่วงการถูกออกหมายจับด้วย
หากเบี้ยวนัดศาลแล้วพฤติการณ์ชี้ว่าหลบหนี เพราะในการประกันตัว ศาลกำหนดเงื่อนไขไว้ว่า ให้จำเลยมาศาลทุกนัด ซึ่งศาลห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นต้องเดินทางออกนอกประเทศให้มายื่นเพื่อขออนุญาตจากศาลเป็นครั้งๆไป
ขณะที่ 10 เดือนจากนี้ ทั้งฝ่ายอัยการสูงสุด และฝ่าย “อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์” จำเลย จะต้องขะมักเขม้น กับการเตรียมพยานบุคคลให้พร้อม นอกเหนือจากพยานเอกสารฝ่ายอัยการ 161 แฟ้มกว่า 6 หมื่นแผ่น กับของฝ่ายจำเลย 61 แฟ้ม ที่ประกอบในสำนวนคดี เพื่อจะพิสูจน์ มหากาพย์โครงการรับจำนำข้าวว่าสุดท้ายแล้วใครจะต้องรับผิด....!!! กับความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชาวนา และประเทศ หรือไม่ ...??
และหากพิจารณาตาม “ไทม์ไลน์” ที่มีการนัดไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้ายวันที่ 18 พฤศจิกายน ปีนี้ อีกทั้งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาฯ พ.ศ. 2542 ระบุว่า องค์คณะผู้พิพากษาต้องมีคำพิพากษาภายใน 7 วัน นับแต่วันเสร็จการพิจารณา ถ้ามีเหตุสมควรเลื่อนอ่านคำพิพากษาได้ แต่ต้องไม่เกิน 14 วัน
ดังนั้นคดีนี้น่าจะมีคำพิพากษาได้ในเดือนธันวาคมปีนี้ หรืออาจจะเป็นต้นปีหน้า หากมีการต้องเลื่อนนัดไต่สวนคดีออกไปจากที่นัดไว้เดิมซึ่งอาจเกิดจากการพยายามประวิงคดี แม้ว่าศาลจะพยายามอุดช่องโหว่นี้แล้วก็ตาม
นอกจากนี้หากพิจารณาจากลำดับการไต่สวนคดีซึ่งจะพบรายละเอียดดังนี้
- โจทก์นำพยานเข้าไต่สวน 14 ปาก รวม 5 นัด คือ 15 ม.ค.- 23 มี.ค. 2559
- จำเลย นำพยานเข้าไต่สวน 42 ปาก รวม 16 นัด คือ 1 เม.ย.-18 พ.ย. 2559
- จำเลยต้องมาศาลทุกนัดเพราะศาลไม่อนุญาตให้ไต่สวนพยานลับหลัง
- การไต่สวนคดีต้องทำอย่างต่อเนื่องทุกวันทำการ
- เมื่อไต่สวนพยานเสร็จสิ้น โจทก์และจำเลยมีสิทธิแถลงปิดคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนด
- องค์คณะผู้พิพากษามีคำพิพากษาภายใน 7 วัน นับแต่วันเสร็จการพิจารณา ถ้ามีเหตุสมควรเลื่อนได้ แต่ต้องไม่เกิน 14 วัน
