- 27 พ.ค. 2559
ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th
"สุวพันธุ์" ยัน 2 ปีผลงานรัฐบาลอื้อ ปฏิรูปก้าวหน้า แถมไม่เคยอุ้มฆ่า 2,000 ศพเหมือนอดีต ไม่ท้าทายโจร-ก่อวิกฤติตากใบ ขณะเพื่อไทยให้สอบตกทุกข้อตามความคาดหมายของหลายฝ่าย
วันนี้ (27 พ.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ถึงผลการประชุมคณะกรรมการประสานงาน รวม 3 ฝ่าย คือ รัฐบาล, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า ได้หารือภาพรวมของการปฏิรูปประเทศนับตั้งแต่ คสช.เข้ามาควบคุมอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จนถึงขณะนี้ ครบ 2 ปี ซึ่งถือว่ามีความก้าวหน้าไปมาก ทั้งมิติของการบูรณาการบริหารราชการ และมิติของการปฏิรูปประเทศ
โดยวิปทั้ง 3 ฝ่ายเห็นว่าการปฏิรูปไม่ได้ล้มเหลวอย่างที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน แต่มีความคืบหน้าไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นไม่ควรใช้คำพูดเพียงหนึ่งประโยคมาสร้างข่าวให้ประชาชนสับสน เพราะเมื่อคสช.เข้าควบคุมอำนาจก็ได้ดำเนินการปฏิรูปด้านต่างๆ ลดความเหลื่อมล้ำ ดำเนินงานทุกอย่างตามวาระเร่งด่วนสำคัญของประเทศ ไม่ใช่วาระเร่งด่วนของพรรคการเมืองหรือนักการเมือง พยายามยุติการหาผลประโยชน์จากโครงการของรัฐบาล สร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ฯลฯ ไม่มีสิ่งใดที่ คสช.และรัฐบาลชุดนี้ละเลย
นายสุวพันธุ์ ให้ความเห็นว่า แผนปฏิรูปต่างๆ ที่วิป 3 ฝ่ายได้ศึกษาและให้ข้อเสนอแนะไว้ถูกนำมาขับเคลื่อนและมีความคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะการต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งมีร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ กำลังอยู่ในการพิจารณาของ สนช. เมื่อมีผลบังคับใช้การโกง การทุจริต ที่เคยทำและลอยนวลกัน จะทำไม่ได้โดยง่ายอีกต่อไป และจากนี้ไปทุกเรื่องจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น
"ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการใน ครม.แล้วว่า การทำงานของรัฐบาลทั้งมิติการบูรณาการบริหารราชการและการปฏิรูปในระยะ พ.ค.59 ถึง ก.ค.60 ต้องมีแผนที่นำทางชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการต่อต้านการทุจริต การปฏิรูปตำรวจ การช่วยเหลือเกษตรกร การศึกษา การปรับปรุงกฎหมายที่ยังไม่แล้วเสร็จ ต้องจัดลำดับมาให้ชัดเจน แม้ว่าบางเรื่องอาจไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายใน ก.ค.60 นี้ แต่รากฐานต้องถูกวางไว้ เพราะสังคมคาดหวังไว้สูงมาก"
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจสำหรับคนไทยที่มีคนพูดว่าความสงบสุขทุกวันนี้เป็นของเทียม เป็นของชั่วคราว ฟังดูราวกับว่ามีคนตั้งใจ อยากทำให้ประเทศไทยไม่สงบสุขขึ้นมาอีก อยากให้คนไทยได้คิดพิจารณาและมองสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเราบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง
"อย่างเรื่องสิทธิมนุษยชน จะเห็นว่าตั้งแต่ คสช.เข้ามา ไม่มีการอุ้มฆ่า อุ้มหาย แม้แต่รายเดียว มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด และในอดีตก็เคยพูดกันเองว่าไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยครั้งใดจะรุนแรงเท่ากับการปราบปรามยาเสพติด ที่มีคนตายไปกว่า 2,000 คน หรือที่ชอบพูดถึงเรื่องมีโจรในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ 50 คนเท่านั้น ซึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชน (กรณีกรือเซะ-ตากใบ) ในครั้งนั้น นำมาซึ่งปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาจนถึงทุกวันนี้"
นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ข้อดีของการแสดงความเห็นต่างๆ ในสังคมไทยขณะนี้คือ ทำให้สังคมไทยได้รู้จักคนหลายประเภทได้ดีขึ้น ได้เรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วใครที่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง ใครที่หวังเพียงแค่ผลทางการเมือง คนที่ติดตามเรื่องราวของบ้านเมือง บางเวลาคงฉุกคิดได้ว่า เส้นแบ่งระหว่างผลประโยชน์ของบ้านเมืองกับผลประโยชน์ทางการเมืองมันบางมาก เมื่อบ้านเมืองมีวิกฤติ ผู้นำที่เลือกวิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางการเมือง บ้านเมืองจะไปทางหนึ่ง แต่ผู้นำที่เลือกวิธีการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง บ้านเมืองก็จะไปอีกทางหนึ่ง เป็นบ้านเมืองที่ดีงาม มีคุณธรรม จริยธรรม อาศัยอยู่ด้วยความภาคภูมิใจ ดังนั้นตนเชื่อว่าคนไทยมีคำตอบอยู่ในใจถึงผู้นำของเขาแต่ละคนแล้ว
อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันทางพรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ครบรอบ 2 ปีการบริหารงานรัฐบาล คสช. ซึ่งไม่นอกเหนือความคาดหมายของหลายฝ่ายนัก เพราะรายละเอียดที่พรรคไทย ระบุคือ คสช. ทำให้ ประชาธิปไตยล้มเหลว รัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ และการทำประชามติที่มัดมือประชาชน มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ทวีความรุนแรง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนานาประเทศอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน สังคมขาดความปรองดอง มีความแตกแยกอย่างรุนแรง และการปฏิรูปที่เป็นเพียงข้ออ้าง
คสช.กลายเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนเสียเอง มีการเลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม การเร่งรัดคดีโครงการรับจำนำข้าวอย่างโจ่งแจ้ง การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตามอำเภอใจ นักการเมือง นักวิชาการ สื่อมวลชน นักศึกษาและประชาชน ที่เห็นต่างหลายร้อยคนถูกจับกุมตัวเพื่อปรับทัศนคติ มีผู้ถูกดำเนินคดีโดยศาลทหารมากกว่า 1,500 คน เว็บไซต์ที่เห็นต่างถูกปิดลงมากกว่า 200 เว็บไซต์ สถานีโทรทัศน์และวิทยุถูกปิดลงอีกหลายแห่ง นอกจากนั้นยังมีการให้ร้ายรัฐบาลที่ผ่านมาด้วยการโทษว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาจากรัฐบาลก่อน แม้แต่เรื่องภัยแล้ง เป็นต้น
ประชาชนถูกข่มขู่ ขาดสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น สร้างรัฐธรรมนูญเพื่อการสืบทอดอำนาจและทำลายฝ่ายประชาธิปไตย สร้างระบบการเลือกตั้งที่นำไปสู่รัฐบาลที่อ่อนแอ เปิดโอกาสให้มีนายกฯ คนนอก ออก พ.ร.บ.ประชามติเพื่อมัดมือชกประชาชนให้รับร่างรัฐธรรมนูญของตน
ใช้อำนาจแบบตามอำเภอใจโดยอาศัยมาตรา 44 ที่ยิ่งใหญ่กว่าอำนาจขององค์กรใดในประเทศ เพื่อแก้ปัญหาตั้งแต่เรื่องการโยกย้ายข้าราชการ การงดเว้นใช้กฎหมายต่างๆ แม้แต่เรื่องสิ่งแวดล้อม ใช้อำนาจรัฐประหารของ คสช.ให้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแก่นายทหารตั้งแต่ยศร้อยตรีขึ้นไป
มีการจำกัดเสรีภาพสื่อมวลชนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะสื่อที่มีความเห็นต่างสถานีโทรทัศน์และวิทยุถูกปิดลงจำนวนมาก ยังไม่รวมถึงการข่มขู่สื่อมวลชนอีกนับครั้งไม่ถ้วน
แม้ว่า คสช.จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่พบว่าปัญหาความรุนแรงในสังคมกลับทวีความรุนแรงมากขึ้น ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด การใช้ความรุนแรงในครอบครัว รวมทั้งปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง
ด้านการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นสิ่งที่ควรดำเนินการอย่างยิ่ง แต่พบว่ารัฐบาลได้ถูกข้อครหาเกี่ยวกับการทุจริตหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ใช้กระบวนการตรวจสอบ ทำให้เรื่องต่างๆ เงียบหายไป ทั้งเรื่องกรณีการจัดซื้อไมโครโฟนภายในทำเนียบรัฐบาล กรณีอุทยานราชภักดิ์ แปรเปลี่ยนค่าหัวคิวเป็นค่าที่ปรึกษา การรับงานขุดลอกคูคลองขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ซึ่งอื้อฉาวเป็นอย่างมาก ทำตัวเป็นเสือนอนกิน ขายงานให้เอกชน การซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนผู้ที่ออกมาให้ข้อมูล กลับถูกดำเนินคดีความจนกลายเป็นรัฐบาลที่แตะต้องตรวจสอบไม่ได้ ส่วนนโยบายเศรษฐกิจผิดพลาด เศรษฐกิจฝืดเคืองในทุกมิติ ประชาชนยากจนแร้นแค้น
พรรคเพื่อไทยเห็นว่า สภาพการณ์ด้านต่างๆ ของประเทศกำลังเสื่อมถอย จนอาจเข้าขั้นวิกฤติได้ เหตุผลหลักของความล้มเหลวดังกล่าวคือ ความไม่เป็นประชาธิปไตยอันเป็นที่ยอมรับของสากล การขาดศักยภาพในการแก้ไขปัญหาของประเทศ การขาดความจริงใจและการมุ่งแต่รักษาอำนาจของตน ความอคติและการความต้องการทำลายฝ่ายตรงข้าม การขาดวิสัยทัศน์ในการบริหารประเทศ เป็นต้น พรรคเพื่อไทยใคร่ขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจ ในปัจจุบันได้ตระหนักถึงวิกฤติของประเทศครั้งนี้ โดยต้องเร่งแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน แทนการเป็นคู่ขัดแย้ง และต้องเร่งคืนประชาธิปไตยที่เป็นสากลให้แก่สังคมไทยโดยเร็ว
