- 07 ก.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
กลุ่มติดอาวุธชีอะห์ที่ร่วมสู้รบเคียงข้างกองกำลังอิรักในการต่อกรกับพวกรัฐอิสลามไอเอส บางทีอาจก่อเหตุลักพาตัวพลเรือนถึง 900 คนและประหารชีวิตอย่างน้อย 50 ศพ บางรายถูกลงทัณฑ์ด้วยการตัดหัวและทรมาน จากการเปิดเผยของสหประชาชาติในวันอังคาร ที่ 5ก.ค. ที่ผ่านมา
ขั้นต้นของปฏิบัติการจู่โจมครั้งใหญ่ของอิรัก เพื่อยึดคืนเมืองฟัลลูจาห์จากไอเอส ภายใต้การสนับสนุนของกองกำลังติดอาวุธชีอะห์หลายกลุ่ม ได้กระพือความกังวลเกี่ยวกับการแก้แค้นพลเมืองมุสลิมสุหนี่ในพื้นที่ดังกล่าว
ซาอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ระบุมีหลักฐานหนักแน่นว่ากลุ่ม Ketaebฮิซบอลเลาะห์ ก่อกรรมทำเข็ญโหดร้ายป่าเถื่อน หลังจากหลอกพลเมืองว่พวกเขาเข้าไปที่นั่นเพื่อช่วยเหลือ "มันเป็นสถานการณ์เลวร้าย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเหตุการณ์ทำนองนี้ที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังติดอาวุธที่ร่วมสู้รบเคียงข้างกองกำลังรัฐบาล"
เขาเตือนว่าด้วยอิรักกำลังเตรียมการจู่โจมไอเอสในโมซุล ฐานที่มั่นทางเหนือของนักรบสุหนี่
กลุ่มนี้อีกครั้ง พลเมืองชาวสุหนี่อาจต้องเผชิญกับความรุนแรงที่น่าสยดสยองมากกว่าที่เป็นอยู่จากผลกรรมของอาชญากรรมที่ไอเอสก่อขึ้น
สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเปิดเผยในถ้อยแถลงโดยอ้างคำบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่ากลุ่มติดอาวุธชีอะห์Ketaebฮิซบอลเลาะห์ ขยับเข้าใกล้หมู่บ้านซักลาวายาห์ ใกล้เมืองฟัลลูจาห์ ห่างจากกรุงแบกแดดไปทางตะวันตกแค่ราวๆ 50 กิโลเมตร ในวันที่ 1 มิถุนายน
พลเมืองราว 8,000 คน พบเห็นพวกนักรบตอนที่พวกเขากำลังหลบหนีออกจากหมู่บ้านซักลาวายาห์ ท่ามกลางการจู่โจมของไอเอส "สมาชิกกลุ่มติดอาวุธ ประกาศผ่านลำโพง บอกกับชาวบ้านว่าไม่ต้องกลัวพวกเขา" สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุ "ผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังธงอิรักคือธงของนักรบ Ketaebฮิซบอลเลาะห์"
พวกผู้หญิงและเด็กถูกส่งไปยังค่ายผู้พลัดถิ่น ส่วนผู้ชายและวัยรุ่นชายถูกแยกไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งนี้สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติอ้างผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าใครก็ตามที่ร้องขอน้ำดื่ม จะถูกลากออกไปด้านนอกและยิงทิ้ง บางคนก็ถูกฆ่าด้วยการบีบคอและทุบตีทำร้ายอย่างทารุณ
กลุ่มผู้ชายที่ถูกลักพาตัวถูกแยกออกเป็นกลุ่มในวันที่ 5 มิถุนายน โดยกลุ่มแรกประกอบด้วยผู้ใหญ่และเด็กชาย 605 คนถูกพาไปยังค่ายผู้พลัดถิ่น แต่กลุ่มที่ 2 ซึ่งมีอยู่ราวๆ 900 คนยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกล่าว
ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติกล่าวเผยต่อว่าชาวบ้านได้ให้รายชื่อผู้ชายและเด็กชาย 643 คนที่สูญหายและอีก 49 คนที่เชื่อว่าถูกประหารอย่างรวบรัดหรือไม่ก็ทรมานจนตายระหว่างอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของพวก Ketaebฮิซบอลเลาะห์
โรเบิร์ต โคลวิลล์ โฆษกสำนักงาน ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ บอกว่ารัฐบาลอิรักกำลังดำเนินการสืบสวน แต่ยังไม่มีรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับขั้นตอนดังกล่าว "ชาวบ้านที่หลบหนีจากไอเอส ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความสงสารและเคารพ ไม่ใช่ทรมานและเข่นฆ่าตามพื้นฐานทางเพศ ทั้งที่พวกเขาก็มีชีวิตอย่างทุกข์ยากอยู่ก่อนแล้วตอนที่ไอเอสมาถึง" ถ้อยแถลงของข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุ
กลุ่มเคลื่อนไหว Minority Rights Group (MRG) เผยในวันจันทร์ ที่ 4 ก.ค. ระบุ ชนกลุ่มน้อยในอิรักส่วนใหญ่สุ่มเสี่ยงจะประสบภาวะสูญสิ้นชาติพันธุ์ หลังต้องเผชิญช่วงเวลาแห่งสงครามและความขัดแย้งยาวนานต่อเนื่องกว่า 13 ปี ตั้งแต่ปี 2003
มาร์ค แลตติเมอร์ ผู้อำนวยการของกลุ่มเคลื่อนไหวเอ็มอาร์จี ระบุ ผลกระทบของสงครามและความขัดแย้งในอิรักที่มีต่อชนกลุ่มน้อยถือว่า รุนแรงอย่างสาหัส ตั้งแต่การปกครองแบบกดขี่ในยุคของประธานาธิบดีซัดดัมฮุสเซน และสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าหลังสิ้นระบอบการปกครองของซัดดัม ส่งผลให้ชนกลุ่มน้อยจำนวนหลายหมื่นรายต้องถูกสังหาร และอีกหลายล้านคนต้องอพยพหนีตายออกจากถิ่นฐานบ้านเรือนของตน
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในเวลานี้ ประชากรชาวคริสต์ในอิรัก ได้ลดจำนวนลงเหลือไม่ถึง 250,000 คน จากที่เคยมีสูงถึง 1.4 ล้านคนเมื่อปี 2003 ซึ่งเป็นปีที่สหรัฐฯและชาติพันธมิตรยกกำลังทหารบุกอิรักเพื่อโค่นอำนาจซัดดัม
นอกเหนือจากชาวคริสต์ในอิรักแล้ว รายงานระบุว่า บรรดาชนกลุ่มน้อยอื่นๆในประเทศนี้ทั้งชาวยาซิดี , เติร์กเมน , ชาบัค และกาไก ต่างก็ต้องเผชิญกับชะตากรรมที่เลวร้ายไม่แตกต่างกันทั้งในยุคการปกครองของซัดดัมฮุสเซน และยุคหลังสิ้นซัดดัม
ชะตากรรมที่บรรดาชนกลุ่มน้อยในอิรักต้องเผชิญนั้น นอกเหนือจากการถูกฆาตกรรม สังหารหมู่ และการขับไล่ออกจากแผ่นดินเกิดแล้ว ผู้หญิงและเด็กหญิงชนกลุ่มน้อยจำนวนมากยังถูกบังคับให้แต่งงาน หรือ ตกเป็นทาสบำเรอกามให้กับนักรบฝ่ายต่างๆ ที่มารุกราน ดังเช่นในกรณีชะตากรรมของชนเผ่ายาซิดีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงของกลุ่มนักรบรัฐอิสลามไอเอส จนกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกเมื่อช่วงกลางปี 2014
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ระบุว่า ขณะนี้มีผู้อพยพพลัดถิ่นภายในอิรักสูงถึง 3.4 ล้านคน และราว 1 ใน 5 ของผู้อพยพพลัดถิ่นในประเทศเหล่านี้ ต้องการลี้ภัยออกนอกอิรัก เพราะสูญสิ้นศรัทธาในประเทศบ้านเกิดของตนที่ยังอยู่ห่างไกลจากคำว่า “สงบสุข”
เกิดเหตุ มือระเบิดรถจักรยานยนต์เข่นฆ่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 16 ศพ บริเวณด้านนอกของร้านเบเกอรีแห่งหนึ่งในเมืองฮาซาเคห์ ทางเหนือของซีเรียเมื่อวันอังคาร ที่ 5ก.ค. ขณะที่ไอเอสเผยแพร่ถ้อยแถลงทางออนไลน์อ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตี
เหตุโจมตีคราวนี้เกิดขึ้นในซาลิเฮียห์ ย่านที่มีชาวเคิร์ดเป็นชนกลุ่มใหญ่ โดยนอกจากจำนวนผู้เสียชีวิตเบื้องต้นแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน
เบื้องต้นยังไม่ชัดเจนว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีดังกล่าว แต่ในเวลาต่อมากลุ่มรัฐอิสลาม(ไอเอส) ที่เคยออกมาอ้างความรับผิดชอบเหตุโจมตีหนก่อนๆในภูมิภาคนี้ เผยแพร่ถ้อยแถลงทางสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่าหนึ่งในสมาชิกของพวกเขาเป็นคนลงมือและมีเป้าหมายอยู่ที่พวกนักรบชาวเคิร์ดYPG
รามี อับเดลราห์มาน หัวหน้ากลุ่มสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรีย บอกว่าเหตุโจมตีครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 16 ศพ ในนั้นเป็นเด็ก 3 คน ผู้หญิง 2 คนและบาดเจ็บอีก 40 คน "มือระเบิดฆ่าตัวตายบนรถจักรยานยนต์จุดชนวนระเบิดในย่านซาลิเฮียห์ ของเมืองฮาราเคห์"
แหล่งข่าวตำรวจเคิร์ดบอกกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพี ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตดังกล่าว และเผยว่ามือโจมตีฆ่าตัวตายจุดชนวนระเบิดบริเวณด้านหน้าร้านเบเกอรี ขณะที่ ราห์มาน เสริมว่าในบรรดาผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น มีอยู่ 15 รายอาการสาหัส
วิดีโอหนึ่งที่โพสต์บนหน้าเฟซบุ๊ก เป็นภาพรอยเลือดบริเวณจุดเกิดเหตุโจมตีและขนมปังกระจัดกระจายอยู่บนพื้น ขณะเดียวกันก็พบเห็นศพๆหนึ่งที่มีผ้าห่ออยู่บนท้ายรถกระบะ ส่วนเหล่านักเคลื่อนไหวในฮาซาเคห์ ได้วิงวอนผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ขอบริจาคเลือดเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ
ฮาซาเคห์ เป็นเมืองเอกของจังหวัดที่มีชื่อเดียวกัน ทั้งนี้เกือบทั้งจังหวัดตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังปกป้องประชาชนชาวเคิร์ด (YPG) ซึ่งประกาศเขตปกครองตนเองทั่วพื้นที่ทางเหนือที่มีชาวเคิร์ดเป็นชนกลุ่มใหญ่และอยู่ภายใต้การยึดครองของพวกเขา
กองกำลังปกป้องประชาชนชาวเคิร์ดถูกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯมองว่าเป็นกองกำลังที่สามารถสู้รบกับพวกไอเอสได้มีประสิทธิผลมากที่สุดในสมรภูมิซีเรีย
ความขัดแย้งในอิรัก และ ในซีเรีย ก่อนหน้านี้เหมือนจะสงบลง แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็ยังคงคุกกรุ่น ด้วยไฟสงคราม ที่คร่าชีวิตผู้คนบริสุทธ์ ไปเป็นจำนวนมาก และ ความขัดแย้งนี้ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง และไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อไปถึงเมื่อไหร่ และ จะมีผู้คนบริสุทธิ์เสียชีวิต อีกจำนวนแค่ไหน คำถามนี้ใครจะเป็นผู้ตอบ
