ลุ้นระทึกพิษ “หญิงไก่” !!!  บชน.สรุปวันนี้ ใครหน้าไหน ร่วมค้าสำนวนคดี บกพร่องหน้าที่ ทำคนบริสุทธิ์ติดคุก ???

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

     จากกรณีมีคำสั่งให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจบก.น. 2 และ      สน.ประชาชื่น    ในกรณีการรับแจ้งข้อกล่าวหาของ นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ  นางไก่ จนอาจเป็นส่วนสำคัญทำให้มีผู้บริสุทธิ์ติดคุกฟรี     ล่าสุด   พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น.  กล่าวว่า คณะกรรมการประชุมพิจารณาความบกพร่องทั้ง 9 สำนวน ยังไม่แล้วเสร็จเนื่องจากคณะกรรมการมีข้อสงสัยในเอกสารที่ระบุว่าในช่วงเวลาที่มีการแจ้งความทั้ง 9 คดี ใครเป็นผู้รับผิดชอบสำนวนการสอบสวนบ้าง จึงจำเป็นต้องนำเอกสารมาวินิจฉัยเพิ่มเติมในกฎระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตาม ป.วิอาญา เพื่อความชัดเจนในการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีพนักงานสอบสวนหรือผู้บังคับบัญชาระดับใดบ้างที่บกพร่องในการทำสำนวนการสอบสวน แต่คาดว่าการสรุปผลคาดว่าจะเสร็จทันในวันนี้  (14 ก.ค.)  ก่อนจะพิจารณาแถลงชี้แจงอีกครั้งในเวลาประมาณ  13.00 น.

 

     “สำหรับการตรวจสำนวนในลักษณะเช่นนี้   นอกจากพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบสำนวนคดีนั้นๆแล้ว   ระเบียบคำสั่ง ตร.ที่  419 ระบุไว้ชัดเจนว่า ให้ระดับหัวหน้างานสอบสวน ระดับผกก. หัวหน้าสถานี และรอง ผบก. ที่รับมอบหมายจากผบก. ดูแลงานสอบสวน มีหน้าที่ในการตรวจสำนวนการสอบสวนให้เป็นไปตามระเบียบคำสั่ง ตร.ที่ 419 และเป็นไปตาม ป.วิอาญา ทำให้มีนายตำรวจที่ต้องถูกตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นมีตั้งแต่ระดับรอง ผบก.-รอง สว. 12-13 คน ส่วนการพิจารณาให้ช่วยราชการหรือไม่ ต้องรอผลตรวจสอบอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กรกฎาคมก่อน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับพนักงานสอบสวนด้วย ว่าเขาปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่”

     อย่างไรก็ตาม   พล.ต.ต.จารุวัฒน์    ยืนยันว่าต้องมีพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบสำนวนบางสำนวนจาก 9 สำนวน ถูกตั้งข้อหาผิดระเบียบ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 419 ไม่ปฏิบัติตาม ป.วิอาญา 131 เพราะมีความบกพร่องในเรื่องไม่ตรวจสำนวน รวมถึงการทำสำนวนล่าช้า รวบรวมพยานหลักฐานไม่ครบถ้วน และไม่รวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน รวมถึงสอบสวนไม่ครบประเด็น การใช้ดุลพินิจโดยไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดความบกพร่องในการทำสำนวนคดีอาญา

 

      “รอให้ผลการประชุมเสร็จก่อน แต่มีแน่นอน มีในข้อหาผิดระเบียบไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 419 ไม่ปฏิบัติตาม ป.วิอาญาที่ 131 ซึ่งไม่ปฏิบัติตามทั้งสองอย่างก็ถือว่าเป็นการบกพร่อง แต่ไม่ทราบว่าเป็นการแกล้งผู้เสียหายในเรื่องนี้ เราว่ากันในเรื่องของการตรวจสอบข้อเท็จจริง ระดับของตำรวจที่จะมีการถูกลงโทษใครเกี่ยวข้องก็ต้องโดนหมด แต่จะมีตำแหน่งถึงระดับรองผู้การนั้น วันนี้จะดูให้ชัดเจนอีกที”

     เมื่อถามว่าคดีลักทรัพย์นายจ้าง ต้องมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบหรือไม่ พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวว่า เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐาน  การใช้ดุลพินิจต้องเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย  โดยทั้ง9สำนวนคดี พบว่ามีบางคดีที่ไม่ได้ให้พิสูจน์หลักฐานลงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ  ซี่งเท่ากับแสดงให้เห็นว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น   ทางบช.น.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)จึงต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้น

     สำหรับกรณีข้อหาที่มีการตั้งขึ้นมาเจ้าทุกข์เป็นคนตั้งหรือพนักงานสอบสวนฟังข้อเท็จจริงแล้วพิจารณาตั้งข้อหาเอง พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะเป็นผู้แจ้งความตามข้อกล่าวหา ผู้มาแจ้งความยืนยันในข้อกล่าวหา เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ตำรวจเจ้าของสำนวนถูกบังคับให้รับแจ้งความมีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไรบ้าง พล.ต.ต.จารุวัฒน์ กล่าวว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องของข้อเท็จจริง วันนี้เราตรวจสอบในเรื่องระเบียบและกฎหมายก่อน เมื่อตรวจสอบเรื่องนี้แล้วผลของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเสนอว่าเห็นควรตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง หรือระงับการสืบข้อเท็จจริงในบางกรณี เพราะถือเป็นข้อยุติแล้ว