เอวังโอ้ว่าวังเวง!!!  เหลือเชื่อสุด ๆ 16 ตร.โยงใย “หญิงไก่” ผตห.แจ้งความเท็จ ,ค้ามนุษย์ ,ผิดม.112  ยังไม่มีใครเข้าข่ายโดนคดีอาญา ??

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

     ความคืบหน้าการดำเนินคดีนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือนางไก่  ผู้ต้องหาในคดีความผิดแจ้งความเท็จ การค้ามนุษย์ และความผิดตามมาตรา 112   ในวันนี้ (15 ก.ค.)    เวลา 10.00 น. พนักงานสอบสวนกองปราบปรามจะนำตัวนางมณตา ไปขออำนาจศาลอาญา รัชดา ฝากขังผัด 2 เป็นเวลา 12 วัน    ขณะที่นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ระบุว่า  ในวันเสาร์ที่ 16 ก.ค. จะนำตัวนางสุกัลยา ศิริม่วง เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อเขียนลายเซ็นต์เปรียบเทียบต่อหน้าพนักงานสอบสวน   หลังพบว่าลายเซ็นที่ปรากฏในสำนวน  ไม่ใช่ลายเซ็นต์ของนางสุกัลยา  พร้อมจะขอให้พนักงานสอบสวนนำลายเซ็นต์ไปส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานและสถาบันนิติวิทยาศาสตร์  ตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับลายเซ็นต์ที่ปรากฏในสำนวนที่เชื่อว่าปลอม

     ขณะที่มีรายงานว่ารายชื่อของตำรวจที่เข้าไปเกี่ยวพันในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนคดีของนางไก่กับลูกจ้างที่เคยถูกแจ้งข้อหาลักทรัพย์   ประกอบด้วย  อาทิ

 

 1.ร.ต.อ.ดวงสิทธิ์ เหง้าสุสิทธิ์ รองสารวัตร(สอบสวน) สน.ประชาชื่น  เป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี น.ส.ประภาวรรณ ใจกล้า หรือน้องก้อย และครอบครัว ที่ถูกแจ้งข้อหาลักทรัพย์

 2. ร.ต.ท.ปกป้อง ฟองเลา รองสว.(สอบสวน) สน.ประชาชื่น  เป็นเจ้าของคดีนางสุกัญญา ศิริม่วง มารดา น.ส.วณิชยา บุ้นสุนเฮง หรือน้องมีน

 3. พ.ต.ท.อัครชัย แช่มซ้อย   พงส.สน.ประชาชื่น ผู้ดูแลสำนวนคดีทั้ง 9 คดีดังกล่าว

 4.พ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผกก.ท่าข้าม อดีตผู้กำกับ สน.ประชาชื่น  ที่รับผิดชอบเซ็นต์ตรวจสำนวนคดีนางมณตา

    ก่อนหน้านั้น    พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รอง ผบช.น. ฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนข้อเท็จจริงคดีดังกล่าว   ได้เปิดเผยสรุปผลการพิจารณาความบกพร่องทั้ง 9 สำนวนคดีว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น 9 สำนวน   พบลักษณะความผิดใน  2 กรณี  คือ

 

1.พนักงานสอบสวน   7 นาย  มีความผิดคือ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร. ที่ 419 และไม่ปฏิบัติตาม ป.วิอาญา ม.131 และผิดพ.ร.บ.ตำรวจ ปี 2547 คือไม่ตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่    

 

2.  ส่วนระดับหัวหน้างานสอบสวน 3 นาย ระดับผู้กำกับสถานี 4 นาย และระดับรองผู้บังคับการ 2 นาย มีความผิดคือ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร. ที่ 419 และผิดพ.ร.บ.ตำรวจ ปี 2547 โดยหลังจากนี้จะเสนอผู้บัญชาการตำรวจนครบาลตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

         

“สำหรับการดำเนินการตำรวจทั้ง 16 นาย ที่พบว่ามีการกระทำความผิดนั้นตนจะเสนอผู้บังคับบัญชา โดยแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือกระทำผิดในลักษณะก่อให้เกิดความเสียหายอีกหรือไม่ และกระทำผิดในลักษณะสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงพยานหลักฐาน  มีส่วนที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับพยานหลักฐาน ทำให้การสืบสวนไม่เป็นไปด้วยความยุติธรรมโปร่งใส  โดยถ้าเกี่ยวข้องใน 2 ข้อนี้หรือข้อหนึ่งข้อใดก็ต้องเสนอขอย้ายให้พ้นจากหน้าที่ ส่วนจะผิดเรื่องวินัยร้ายแรงหรือไม่ต้องรอให้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตรวจสอบก่อน แต่ในส่วนความผิดทางอาญาในชั้นนี้ยังไม่พบ เป็นเพียงความผิดทางวินัยอย่างเดียว”