อ้าว...แบบนี้ก็เสียวซิ!!! "อธิบดีบัญชีกลาง" ลั่นโกงข้าว "ยุคปู" จบก่อนสิ้นก.ย.นี้แน่

ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th

 

อ้าว...แบบนี้ก็เสียวซิ!!! "อธิบดีบัญชีกลาง" ลั่นโกงข้าว "ยุคปู" จบก่อนตนเองเกษียณหรือ 30 ก.ย.นี้แน่ เพราะหากไม่เสร็จคนมารับงานต่ออาจขลุกขลัก ขณะ "วิษณุ" ลั่น "บิ๊กตู่" ไม่เคยกลัวลงนามเรียกค่าเสียหายจีทูเจี๊ยะยุค "บุญทรง"

 

วานนี้ (17 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดถึงการเรียกค่าเสียหายกรณีการขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 6 คน ว่าการลงนามในหนังสือบังคับทางปกครอง คณะกรรมการกฤษฎีกาแนะนำว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ควรลงนามทั้งคู่ แม้สามารถลงนามคนเดียวได้ก็ตาม

 

“ที่ตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายกฯ จะไม่ลงนาม เพราะเกรงการถูกฟ้องกลับนั้น ยืนยันว่าไม่จริง ไม่ได้กลัวเลย เนื่องจากตามข้อกฎหมายเขียนไว้ว่า เมื่อตั้งคณะกรรมการสอบต้องให้รัฐมนตรีในกระทรวงที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดลงนาม กรณีนายบุญทรงคือกระทรวงพาณิชย์ แต่นายกฯ ต้องลงนามด้วย เพราะยังมีการเขียนไว้ด้วยว่ากรณีผู้ถูกกล่าวหาเป็นรัฐมนตรีให้นายกฯ ตั้งคณะกรรมการสอบ กรณีนี้จึงต้องลงนามทั้งคู่” นายวิษณุ กล่าว

 

รองนายกฯ ด้านกฏหมาย ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับขั้นตอนก่อนออกคำสั่งทางปกครองกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานนั้นกำหนดให้สามารถอุทธรณ์คำสั่งได้ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นอดีตข้าราชการสามารถอุทธรณ์คำสั่งกับ รมว.พาณิชย์ได้ แต่ถ้าผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นอดีตรัฐมนตรีจะไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์กับ รมว.พาณิชย์ เพราะถ้าอุทธรณ์ต้องอุทธรณ์กับรัฐมนตรีด้วยกันเอง จึงกำหนดให้ไปฟ้องร้องเพิกถอนคำสั่งที่ศาลปกครองแทน

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้นายกฯ ได้ลงนามคำสั่งทางปกครองเพื่อเรียกค่าเสียหายนายบุญทรงกับพวกแล้วหรือยัง นายวิษณุกล่าวว่า เข้าใจว่าลงนามแล้ว เพราะมันหลายวันแล้วไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม แต่ถ้าข่าวยังไม่มีแสดงว่ายังไม่ได้แจ้งไปยังผู้ถูกเรียกค่าเสียหาย เพราะถ้าแจ้งไปแล้วคงมีข่าวออกมา เขาจะได้รู้ว่าจะอุทธรณ์หรือไปที่ศาลปกครองเลย

 


เมื่อถามว่า กรณีที่กระทรวงพาณิชย์เรียกค่าเสียหาย 2 หมื่นล้านบาท ผู้ถูกกล่าวหาจำเป็นต้องเฉลี่ยค่าเสียหายกันใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะมีการกำหนดแล้วว่าแต่ละคนต้องจ่ายค่าเสียหายเท่าไร อย่างนายบุญทรงเท่าที่ทราบเหมือนว่าจะจ่ายค่าเสียหายน้อยที่สุด ซึ่งคณะกรรมการมีวิธีคำนวณอยู่ ไม่ใช่มั่วๆ ตัวเลขออกมา

 

 

 

 

 

ขณะที่นายบุญทรง ซึ่งถูกเรียกค่าเสียหายกล่าวว่า ยังไม่ได้รับคำสั่งดังกล่าว และยังไม่ทราบรายละเอียดใดๆ เห็นแต่ข่าว และหากได้รับคำสั่งมาจะให้ฝ่ายกฎหมายดูรายละเอียด และจะต่อสู้ในทุกมิติที่สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้เพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง

 

สำหรับกรณีจีทูจีจำนวน 4 สัญญา ปริมาณ 6.2 ล้านตัน ของกระทรวงพาณิชย์ มีนักการเมืองและข้าราชการ 6 คน ที่ถูกบังคับทางปกครองชดใช้ค่าเสียหายมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ได้แก่ นายบุญทรง, นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์, พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์, นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และนายอัครพงศ์ ทีปวัชระ อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ

 

ส่านความคืบหน้าการเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่เสร็จ อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการความรับผิดทางแพ่งที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน โดยอายุความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีถึงเดือน ก.พ.2560

 

ขณะที่นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ขณะนี้คณะกรรมการกำลังรอข้อมูลจากส่วนราชการต่างๆ อยู่ เพื่อประชุมพิจารณากันต่อไป โดยได้เร่งรัดให้ส่วนราชการต่างๆ เร่งส่งข้อมูลเข้ามาแล้ว

 

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใด นายมนัสกล่าวว่า ก่อนเกษียณอายุราชการจะทำให้จบ เพราะมีการเร่งรัดมา เนื่องจากกลัวว่าเมื่อเกษียณไปแล้วคนมารับงานต่อต้องมาเริ่มใหม่ อาจเกิดการขลุกขลักได้ ต้องทำให้จบ เพราะที่ทำไปนั้นในฐานะอธิบดีกรมบัญชีกลาง ไม่ใช่ในฐานะนายมนัส

 

ทั้งนี้ นายมนัสจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.2559 ซึ่งเหลือระยะเวลาอีก 2 เดือน

 

สำหรับตัวเลขค่าเสียที่จะเรียกจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพบว่า ในการไต่สวนพยานโจทก์ครั้งที่ 8 ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีโครงการรับจำนำข้าว หมายเลขดำ อม.22/2558 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. นายจิรชัยในฐานะพยานฝ่ายโจทก์ได้ให้การต่อศาลว่า ค่าเสียหายทั้งหมดที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องชดใช้มีจำนวน 286,639 ล้านบาทเศษ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเป็นตัวเลขที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงส่งไปให้คณะกรรมการความรับผิดทางแพ่งที่มีนายมนัสเป็นประธานพิจารณาด้วย

 

ข้อมูล : ไทยโพสต์

ภาพ : แนวหน้า