เพ้อเจ้อไปเรื่อย!!! "อนุสรณ์" เพ้อบอกเด็กทำลายบัญชีลงปชม. แต่รัฐฯ ทำเป็นเรื่องใหญ่โต

ติดตามข่าวสารที่ www.Tnews.co.th

 

เพ้อเจ้อไปเรื่อย!!! "อนุสรณ์" รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เพ้อบอกแค่เด็ก 8 ขวบฉีกทำลายบัญชีรายชื่อลงประชามติ แต่รัฐฯ ทำเสียใหญ่โต ระดมสรรพกำลังทั้งทหาร-ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือ ควานหาหาตัวการ อย่างไรก็ตาม มีผู้โต้แย้งว่า นายอนุสรณ์พูดความจริงเสี้ยวเดียว หรือเพ้อเจ้อไปเรื่อย เพราะเรื่องการฉีกทำลายบัญชีรายชื่อฯ เป็นฝีมือเด็ก 8 ขวบจริง แต่การระดมกำลังทหาร-ตำรวจใหญ่โตตามอ้างไม่มีจริง...ทุกอย่างเพ้อเจ้อตามแบบฉบับเพื่อไทย

 

วันนี้ (20 ก.ค.) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ปูพรมติดตามตัวผู้กระทำความผิดฉีกทำลายบัญชีผู้มีสิทธิลงคะแนนประชามติ แต่คดีพลิกกลายเป็นว่าเกิดจากความซุกซนของเด็กผู้หญิงอายุเพียง 8 ขวบ ว่า ถือเป็นความพยายามที่จะดิสเครดิตฝ่ายเห็นต่างอย่างไม่ลืมหูลืมตา โดยไม่หาข้อเท็จจริงให้ได้ก่อนที่จะโยนบาปว่า การฉีกทำลายบัญชีผู้มีสิทธิลงคะแนนประชามติ เป็นการทำอย่างเป็นขบวนการนั้น แท้ที่จริงเป็นเพียงขบวนการฟันน้ำนม แต่เจ้าหน้าที่รัฐระดมกำลังกันไปในลักษณะระเบิดภูเขา เผากระท่อม ใช้กำลังทางบก ทางอากาศ อาวุธครบมือ แต่อาวุธของผู้ฉีกทำลายบัญชีผู้มีสิทธิลงคะแนนประชามติ อาจมีเพียงแค่ม้าก้านกล้วย

 

ทั้งนี้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏ การปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นสิ่งที่น่าละอายหรือไม่ รวมถึงการทำปฏิบัติการไอโอ กุข่าว มีขบวนการทำร่างรัฐธรรมนูญปลอม มีกลุ่มทุนอยู่เบื้องหลัง ส่งจดหมายไปถึงประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนประชามติทางภาคเหนือ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจดหมายบางส่วนถูกส่งมาจากตู้ไปรษณีย์ในเขตดุสิต กรุงเทพฯ ดังนั้น หากต้องปฏิบัติการไอโอ กุข่าว ดิสเครดิตฝ่ายเห็นต่าง ผู้ถืออำนาจรัฐต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ดี อย่ากุลีกุจอหวังเพียงทำลายความน่าเชื่อถือฝ่ายเห็นต่าง จนทำในสิ่งน่าละอายขายหน้า และทำลายบรรยากาศอันดีของการทำประชามติไปเสียเอง

 


 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม มีผู้โต้แย้งว่า นายอนุสรณ์พูดความจริงเสี้ยวเดียว หรือเพ้อเจ้อไปเรื่อย เพราะเรื่องการฉีกทำลายบัญชีรายชื่อฯ เป็นฝีมือเด็ก 8 ขวบจริง แต่การระดมกำลังทหาร-ตำรวจใหญ่โตตามอ้างไม่มีจริง...ทุกอย่างเพ้อเจ้อตามแบบฉบับพรรคเพื่อไทย เรื่องขบวนการปลอมร่างรัฐธรรมนูญนั่นก็เช่นกัน เพราะทุกฝ่ายพิสูจน์แล้วว่า ฝ่ายต้านฯ มีการแจกเอกสาร 2 ส่วน คือ 1.ฉบับข้อเห็นแย้งร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งชุดนี้ถือว่าทำได้ไม่ผิด เพราะทุกคนสามารถแสดงความเห็นแย้งได้ หากอยู่บนหลักการและเหตุผล แต่ส่วนที่ 2. คือ เอกสาร 7 ข้อที่ไม่ควรรับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งแจกควบคู่กันไปนั้นมีเนื้อหาบิดเบือนชัดเจน เช่น หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านชาวบ้านจะยกเลิกบัตรทองทันที หรือไม่ก็ระบุว่า หากผ่านเบี้ยผู้สูงอายุจะถูกตัดทันที เป็นต้น โดยเนื้อหาอันเป็นเท็จเช่นนี้ มีเผยแพร่ในเอกสาร 7 ข้อที่ไม่ควรรับร่างฯ ดังกล่าว ซึ่งถือว่าบิดเบือนแบบไม่ละอาย น่าเสียดายรักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย หยั่งปัญญาไปไม่ถึง และละเลยที่จะพูดถึง...แต่นั่นไม่แปลกนัก เพราะลักษณาการเช่นนี้เป็นลักษณะเฉพาะตัวของคนพรรคเพื่อไทย...ที่มักจะโกหกซ้อนโกหก...จนตัวเองยังคิดว่า...เป็นเรื่องจริงเสียเอง (อารมณ์ เคนหล้า สำนักข่าว Tnews)