เห็นหมดไส้มีกี่ขด!! เมื่อนักข่าวสายโจร "สุทิน วรรณบวร"  แฉพฤติกรรมสื่อฝรั่งทำตัวเป็น "ผีโม่แป้ง" รับเงินชั่วบิดเบือน ใส่ร้าย...!!?!!

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

     สืบเนื่องจากเหตุที่เกิดขึ้นกับพฤติกรรมของผู้สื่อข่าวต่างประเทศบางคน  ที่เข้ามาอาศัยแผ่นดินไทยทำมาหากิน แต่สุดท้ายก็แสดงธาตุแท้ให้เห็นถึงความชั่วร้ายที่แฝงมากับสถานะความไว้วางใจที่คนไทยมีให้  ด้วยการเหยียบย่ำความรู้สึกโดยการคุกคาม  จาบจ้วง  ล่วงละเมิด สถาบันเบื้องสูง    อย่างกรณีของ  นายแอนดรูว์ แม็คเกรเกอร์ มาร์แชล อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์

      กรณีนี้     นายสุทิน   วรรณบวร  อดีตผู้สื่อข่าวอาวุโส และคอลัมนิสต์ชื่อดัง ได้เคยเขียนบทความในชื่อ  “สื่อ(ฝรั่ง)อิสระ กับภัยต่อความมั่นคงประเทศ” ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับวันที่  25 ก.พ.2559   สื่อความถึงพฤติกรรมสื่อฝรั่งบางคน  ที่แฝงเร้นอยู่ภายในสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศบางช่วงบางตอน  ไว้ดังนี้

     “สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (FCCT)   สถานที่ชุมนุมของผู้ต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่องค์กรสิทธิมนุษยชนจอมปลอม นักวิชาการหัวแดงตลอดถึงสื่อมวลชนอิสระ (Freelance) ซึ่งมีหน้าที่หลักในการบิดเบือนข่าวโจมตีสถาบัน ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศ (ก.ต.) ทบทวนกฎระเบียบการออกวีซ่านักข่าว โดยอ้างว่ากฎระเบียบที่เข้มงวดอาจเป็นอุปสรรคต่อการรายงานข่าวอย่างอิสระของ สื่อมวลชน

    “FCCT พบว่ากฎระเบียบที่ ก.ต. บังคับใช้ในการออกวีซ่าให้กับสื่อต่างประเทศ อาจเป็นอุปสรรคในการรายงานข่าวอย่างเสรีของสื่อ...FCCT เรียกร้องให้ ก.ต.ได้ทบทวนกฎระเบียบใหม่เพื่อให้สื่อต่างประเทศในไทย ได้รายงานข่าวเพื่อความเข้าใจต่อเหตุการณ์ในทวีปเอเชียแปซิฟิก...” ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์ FCCT

     FCCT ออกมาโวยวายหลังจาก ก.ต. ปฏิเสธไม่ต่อวีซ่าให้กับนักข่าวอิสระ ที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในสังคม FCCT อ้างว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค. เป็นต้นมามีผู้ถูกปฏิเสธวีซ่าสื่อมวลชนไปแล้ว 5 คน

     แต่แท้จริงแล้วระเบียบ ก.ต.ที่ FCCT ออกมาโวยวายที่จริง เป็นระเบียบที่มีมานานแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้บังคับใช้อย่างเคร่งครัด เช่น กฎระเบียบที่ว่า“ผู้ขอวีซ่าต้องมีหนังสือรับรองจากองค์กรข่าวที่จด ทะเบียน/เสียภาษีถูกต้อง” “ผู้ขอวีซ่าสื่อต้องทำงานในประเทศไทยเท่านั้น” หรือระเบียบที่ว่า ผู้ขอวีซ่าสื่อต้องไม่เคยบิดเบือนข้อมูล/ข่าว ที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยฯลฯ

     แต่กฎระเบียบไม่ค่อยบังคับใช้กับสื่อตะวันตก ตัวอย่างเช่น นายทอม ฟูลเลอร์ จากนสพ.นิวยอร์กไทม์ บิดเบือนข่าวใส่ร้ายสถาบันตลอดมาและมีหลายครั้งที่เขาใช้วีซ่านักข่าวของ ประเทศไทย ไปทำข่าวในพม่า กัมพูชา ฯลฯ เมื่อนสพ.นิวยอร์กไทม์ เลิกกิจการในเมืองไทย วีซ่าของนายฟูลเลอร์ ต้องยกเลิกไปด้วย หรือกรณีนาย Wayne Hay จากอัล-จาซีรา ที่มีวีซ่าสื่อใช้ทำงานในประเทศไทยแต่ไปสัมภาษณ์นายทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคุกของไทยในสิงคโปร์ วีซ่าสื่อWayne Hay ต้องยกเลิกทันที

     ในต่างประเทศการบังคับใช้กฎหมายกับสื่อมวลชน ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ขอวีซ่าทำงานที่ไหนก็ใช้ทำงานได้เฉพาะในประเทศนั้น ตัวอย่างเช่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตำรวจบาห์เรนจับกุมชาวอเมริกัน 4 คนข้อหาใช้เอกสารปลอม เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และเข้าร่วมชุมนุมประท้วงผิดกฎหมาย

     ในยุคสงครามอินโดจีน ผู้สื่อข่าวอิสระหรือ Freelancer ในเมืองไทยส่วนใหญ่ผันตัวมาจาก เอ็นจีโอ ที่ทำงานกับองค์กรช่วยเหลือสากล ไม่ว่าจะเป็นไอซีอาร์ซี, ยูเอ็นเอชซีอาร์, ฮิวแมนไรท์วอทช์, องค์กรนิรโทษกรรมสากล ฯลฯ ฝรั่งที่ทำงานในองค์กรช่วยเหลือเหล่านี้ มีโอกาสเข้าถึงค่ายผู้อพยพถึงหมู่บ้านที่กำลังสู้รบและฐานที่มั่นต่างๆ ของคู่สงคราม

     สำนักข่าวต่างประเทศที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่ ก็ซื้อภาพข่าวเป็นเรื่องๆ จากเอ็นจีโอพวกนี้ นานเข้าเอ็นจีโอฝรั่งเหล่านี้ก็พัฒนาตัวเองมาเป็นผู้สื่อข่าวอิสระและเอ็นจี โอที่พลิกผันมาเป็นผู้สื่อข่าวอิสระบางคน มีพฤติกรรมน่าสงสัย พวกเขามีรายได้ไม่มากนัก แต่บางคนมีความเป็นอยู่หรูหราฟุ่มเฟือย มีคอนโดฯในกรุงเทพฯ พักโรงแรมชั้นหนึ่งต่างจังหวัดเป็นเดือนๆ

    ห้วงเวลาที่มีการก่อจลาจลในไทยอย่างรุนแรงปี 2553 นักข่าวอิสระฝรั่งหลายคนมีพฤติกรรมน่าสงสัย ช่างภาพที่เกาะติดการชุมนุมเสื้อแดงเล่าให้ฟังว่า นักข่าวอิสระฝรั่งบางคนทำงานให้กับ นปช. “ตอนดึกๆ ฝรั่งพวกนี้เอาภาพถ่ายในกล้องไปให้แกนนำดูหลังเวทีราชประสงค์ เมื่อแกนนำตกลงจะเอาภาพไหน ฝ่ายบัญชีของ นปช.ก็จะลงบัญชีรายจ่ายไว้”

     ช่างภาพที่เกาะติดการชุมนุมเสื้อแดงเล่าให้ฟังว่านักข่าวอิสระฝรั่งพวกนี้จะ เลือกถ่ายภาพที่เห็นเจ้าหน้าที่ถืออาวุธ เจ้าหน้าที่ทำร้ายประชาชน “ฝรั่งพวกนี้เดินตามหลังคนชุดดำ แต่จะถ่ายภาพเฉพาะที่เจ้าหน้าที่ตอบโต้” จึงอนุมานได้ว่าภาพที่เสื้อแดงนำมาใช้กล่าวหาเจ้าหน้าที่เป็นฝีมือสื่อฝรั่งอิสระ

     เคยเห็นทีวีช่อง 9 อสมท เชิญฝรั่งคนหนึ่งมาสัมภาษณ์สดออกอากาศเมื่อคราวที่กองกำลังเสื้อแดงปะทะกับ ผู้ประท้วง กปปส.ที่สำนักงานเขตหลักสี่ ฝรั่งคนนั้นบอกว่า เห็นแต่คนจากฝั่ง กปปส.ยิงปืนเข้าใส่คนเสื้อแดงแต่ไม่พูดถึงกองกำลังติดอาวุธเสื้อแดง

      โดยส่วนตัวเคยเจอกับฝรั่งคนนี้ตอนที่ นชป.เคลื่อนกำลังไปราบ 11 ตอนนั้นเกือบระงับอารมณ์ไม่อยู่เมื่อฝรั่งคนนี้พูดถึงสถาบันในแง่ลบ แต่โชคดีที่น้องๆ ช่างภาพหลายคนห้ามไว้ โดยบอกว่าอย่ายุ่งกับฝรั่งผัวนักเคลื่อนไหวเสื้อแดง ต่อมาก็เห็นฝรั่งนักข่าวอิสระคนนี้กับพรรคพวก 5-6 คน ปรากฏตัวทุกครั้งในการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้าน คสช. การเคลื่อนไหวของจ่านิว ล่าสุดเห็นฝรั่งผีโม่แป้งกลุ่มนี้ไปโผล่ที่หน้าบ้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรในวันที่เธอพบผู้สื่อข่าวต่างประเทศด้วย

      พฤติกรรมอันน่าเคลือบแคลงของสื่อฝรั่งอิสระพวกนี้ จำเป็นที่ทางการไทยต้องบังคับใช้กฎระเบียบในการออกวีซ่าสื่อมวลชนให้อย่าง เคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องบังคับใช้ข้อที่ว่า“ต้องไม่เคยบิดเบือนข้อมูลที่ก่อ ให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย” เพราะสื่ออิสระพวกนี้แหละที่ไปสุมหัวกันบิดเบือนข่าวโจมตีสถาบัน ร่วมกับ FCCT

     สื่อที่ทำงานกับสำนักข่าวมาตรฐานอย่าง รอยเตอร์เอพี บีบีซี ซีเอ็นเอ็น ฯลฯ ก็ใช่ว่าจะเสนอข่าวตรงไปตรงมาไม่มีวาระซ่อนเร้น แต่ด้วย Code of Conduct หรือหลักปฏิบัติของหน่วยงานที่ค้ำคออยู่ ทำให้นักข่าวพวกนี้ไม่อาจทำอะไรโจ่งแจ้งได้ ดังนั้น ในทางปฏิบัตินักข่าวอิสระจึงเป็นมือเป็นตีนพวกเขา เช่น เมื่อสื่ออิสระฝรั่งผีโม่แป้งสมคบกับ นปช.นำภาพข่าวบิดเบือนออกเผยแพร่ สื่อมาตรฐานค่อยนำเอาภาพข่าวบิดเบือนมาขยายความต่อ หลายครั้งที่นักข่าวอิสระฝรั่งผีโม่แป้งสมคบกับพวกล้มเจ้า เขียนข่าวบิดเบือนโจมตีสถาบัน ข่าวเหล่านั้นก็ถูกนำเสนอต่อโดยสำนักข่าวมาตรฐาน

      การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้สื่อข่าวอิสระแม้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่ก็ตัดมือตัดตีนฝรั่งผีโม่แป้งไปได้ระดับหนึ่ง”    (ขอบคุณข้อมูล : แนวหน้า ออนไลน์)

 

(ข้อมูลประกอบ :  รู้แล้วรมณ์ขึ้นเลย!!! "น้าเดช" ใส่ยับสโมสรผสข.ต่างประเทศ#ที่สุมหัวปลวกแทะประเทศไทย...!!?!!  http://deeps.tnews.co.th/contents/197285/ )