- 26 ก.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่www.tnews.co.th
สหประชาชาติกังวลไทยจับกุม-ตั้งข้อหาประชาชนภายใต้กฎหมายประชามติกว่า 86 คน-ขอยุติดำเนินคดีทั้งหมด เรียกร้องให้เปิดกว้างการแสดงความคิดเห็น
วันนี้( 26 ก.ค.) นายเดวิด เคย์ ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยการส่งเสริมและปกป้องสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก ออกแถลงการณ์ประณามการจับกุมและตั้งข้อหาประชาชน ภายใต้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พ.ร.บ.ประชามติ พร้อมระบุว่า ตั้งแต่เดือน มิ.ย.เป็นต้นมา มีรายงานว่าอย่างน้อย 86 คนถูกสอบสวนและตั้งข้อหา ภายหลังแสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ และปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นอกจากนี้ นักข่าวที่ทำข่าวเรื่องดังกล่าวยังถูกตั้งข้อหาด้วยเช่นกัน สำหรับโทษที่ระบุไว้ในกฎหมาย สูงสุดถึง 10 ปี และยังมีการตั้งค่าปรับในอัตราที่สูง รวมถึงตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปีอีกด้วย
"เรามีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับคำสั่งคสช.และ พ.ร.บ.ประชามติที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงออก รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลในร่างรัฐธรรมนูญ การลงประชามติควรเปิดกว้างให้มีการถกเถียงอย่างกว้างขวาง เพราะมีผลกระทบกับประชาชนทุกคน ความคิดเห็นที่หลากหลายสมควรได้รับการสนับสนุน และควรมีการแสดงออกอย่างเสรี โดยเปิดโอกาสให้ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง"
ทั้งนี้แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า "แทนที่จะจะตั้งข้อหาเกี่ยวกับการแสดงออกในร่างฯ รัฐบาลควรเปิดโอกาสให้สังคมมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการประชามติ"
นอกจากนี้ แถลงการณ์ ยังได้เรียกร้องให้ ประชาชนทุกคนควรแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี ปราศจากการแทรกแซง และเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการใช้ มาตรา 61 ของพ.ร.บ.ประชามติ และขอให้ยุติการตั้งข้อหา-ดำเนินคดี ภายใต้คำสั่งคสช.และพ.ร.บ.ประชามติ โดยอ้างอิงถึง ข้อบทที่ 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights) ที่ประเทศไทยร่วมลงนามด้วยซึ่งระบุชัดว่า บุคคลทุกคนมีสิทธิที่จะมีความคิดเห็นโดยปราศจากการแทรกแซง บุคคลทุกคนมีสิทธิในเสรีภาพแห่งการแสดงออก รวมถึงเสรีภาพที่จะแสวงหา รับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและความคิดทุกประเภท
