"บิ๊กตู่"เมิน"มาร์ค"ไม่รับ รธน.ฉะการเมือง"อะไรหนักหนา ลั่นอย่าดูถูกปชช.เชื่อคนไทย"คิดเป็น"

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่www.tnews.co.th

"บิ๊กตู่"เมิน"อภิสิทธิ์"ไม่รับร่าง รธน. ชี้ หากประชามติล่ม ก็ร่างใหม่ ป้อง คณะกก.ยกร่างหวังดี ฉะการเมือง"อะไรกันหนักหนา" อย่าดูถูกประชาชนเชื่อคนไทย"คิดเป็น"ว่าจะเอาอย่างไร

วันนี้ (27 ก.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึง กรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ไม่รับก็ไม่รับ ส่วนจะมีผลต่อฐานเสียงของนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น ก็ให้ไปถามพรรคประชาธิปัตย์เอา
         
ต่อข้อถามว่า นายอภิสิทธิ์ระบุอยากให้นายกฯ ร่างรัฐธรรมนูญเอง หากประชามติไม่ผ่าน โดยนำข้อบกพร่องของร่างฉบับนี้มาทบทวน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาคงพูดประชด และถ้าร่างเองก็ไม่ได้จะร่างคนเดียว ต้องมีการตั้งคณะขึ้นมาร่างใหม่ แต่อยากให้เห็นใจคนที่ร่างมาทั้งสองคณะ ไม่ใช่มองว่าเขาด้อยค่า ถูกดิสเครดิต ต้องสงสารคนทำเขาบ้าง เขาก็หวังดีเต็มที่ เอาปัญหาบ้านเมืองในอดีตมาดูเพื่อว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในอนาคต มีความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างประชาชนกับประชาชน ประชาชนกับนักการเมือง อย่าไปโจมตีคนร่างเขามาก เพราะอีกหน่อยจะไม่มีคนร่าง ถ้าไม่มีคนในประเทศไทยที่สามารถร่างได้ ตนก็จะร่างคนเดียว

"จะไปอะไรกันนักหนา รัฐธรรมนูญก็คือรัฐธรรมนูญ มีความจำเป็นต้องวางกรอบการทำงาน ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง และต้องดูว่ารัฐบาลที่มาใหม่จะทำหรือเปล่า คนไทยต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ถ้าเราต้องการสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้น แต่ยังทำตัวเหมือนเดิม โดยไม่ฟังเหตุผล ยังขยายความขัดแย้งกันอยู่ แล้วทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งทุกอย่างก็เช่น การปล่อยปะละเลย ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริง แต่พอวันนี้ผมใช้กฎหมายอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ทุกอย่างกลับสู่ที่เดิม แต่กลับไม่เอาอีก อย่างการจัดระเบียบรถตู้ก็ต้องแก้ปัญหา ถ้าแบบเดิมประชาชนก็ไม่ได้ประโยชน์ ถ้าเป็นแบบนี้อย่ามาพูดกับผม อนาคตไม่เกิด ถ้าต้องการอย่างนั้นจริงก็ค่อยรอ ขอกับรัฐบาลหน้านู่น เพราะผมเข้ามาแก้ปัญหาการปล่อยปละละเลย การเรียกร้องผลประโยชน์" นายกฯ กล่าว
         
เมื่อถามว่า การที่นายอภิสิทธิ์ และพรรคเพื่อไทย ออกมาแสดงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นการชี้นำ ซึ่งมีผลต่อการ ออกเสียงประชามติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องถามประชาชน ถ้าเขาดูถูกประชาชนหาว่าไม่รู้เรื่อง แสดงว่ากำลังดูถูกปัญญาประชาชนหรือไม่ ยืนยันว่าประชาชนเขาคิดเป็น ผมอยากให้ประชาชนเข้มแข็ง และแข็งแรงด้วยตัวของท่านเอง ไม่ต้องไปฟังใครมากนัก ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำวันนี้มันดี เข้าใจว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ก็เรื่องของท่าน แต่ถ้าคิดว่าทำแล้วไม่ดีก็เป็นเรื่องของท่าน เพราะท่านเป็นคนกำหนดชีวิตของท่านเอง อย่าให้ผมเป็นตัวกำหนดมากนักเลย

เมื่อถามว่า แสดงว่าไม่ว่าผลการลงประชามติจะออกมาอย่างไรก็พร้อมรับได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวยอมรับว่า ก็ใช่ ทำไมตนจะไม่พร้อมรับ กฎหมายว่าอย่างไรตนก็ทำตามนั้น โรดแมปของตนกำหนดไว้อย่างไรก็ทำตามนั้น ทุกคนต้องช่วยกันลดแรงกดดันลงมาให้ได้ เพราะวันนี้เรากำลังเดินหน้าได้ดีพอสมควร อย่าไปเอาเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นมาไม่รู้กี่สิบปีมาย้อนและขัดแย้ง เหตุการณ์เกิดมา 10 ปีแล้ว ผมเข้ามา 2 ปี คนที่ทำให้เกิดความขัดแย้งมา 10 ปี กับผมที่กำลังสร้าง กับไอ้คนที่กำลังทำลาย จะมาจับให้พันอยู่อย่างนี้มันก็ไปไม่ได้
         
เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าเสียงที่ออกมาขณะนี้ของฝ่ายการเมืองจะเป็นการชี้นำการลงประชามติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สื่อก็ไปฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะเขามีกฎหมายประชามติกำกับดูแลอยู่ ไปถามว่าทำอย่างนี้ผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้ามันไม่ผิดก็เรื่องของเขา ต่อข้อถามว่า หากพรุ่งนี้มีนักการเมืองเรียงหน้าออกมาแถลงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญอีกจะเกิดผลกระทบหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กฎหมายว่าอย่างไร เดี๋ยวก็มีคนไปฟ้องร้องเอง ไม่ต้องกลัว
         
ต่อข้อถามว่า เมื่อมีคนออกมาชี้นำลักษณะนี้จำเป็นที่รัฐบาลที่จะต้องชี้แจงทางออกของรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ทำรัฐธรรมนูญใหม่ มันจะมีทางออกอื่นอีกหรือไม่ มันก็ต้องมีรัฐธรรมนูญใหม่ คำว่าใหม่คืออะไร จะใหม่อย่างไรก็คือใหม่ วิธีการก็คือต้องไปทำรัฐธรรมนูญใหม่ มันจะมีวิธีการอะไรอย่างอื่นได้อีกหรือ ไปทำรัฐธรรมนูญใต้น้ำหรืออย่างไร
         
เมื่อถามว่า หลายฝ่ายต้องการทราบความชัดเจนและวิธีการหากต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่คืออะไร ใช้อะไรเป็นต้นร่างและเอามาจากไหน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อะไรจะชัดเจน ผมก็เอาทุกอันมาร่าง อะไรที่มันดีก็เอามารวมกันมันก็จบแล้ว เมื่อถามว่า การร่างใหม่จะส่งผลให้กระทบกับระยะเวลาของโรดแมปที่กำหนดไว้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า โรดแมปก็คือโรดแมป ยิ่งพูดก็ยิ่งไปกันใหญ่