- 28 ก.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่www.tnews.co.th
"ณัฐวุฒิ" ยิ้มร่า อ้าแขนรับ"อภิสิทธิ์"เขาพวก ไม่รับร่างรธน. แต่ยังเห็นต่าง อ้างกระบวนการเข้าสู่อำนาจรัฐต้องเป็น ปชต. ชี้แม้นักการเมืองไม่"โหวตโน"จะถูกจัดวางเป็น"จำเลยสังคม" แต่ก็ดีกว่า นักการเมืองที่มาจาก"กระบอกปืน"
วันนี้ (28 ก.ค. )นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต่านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะส่วนตัวได้แสดงจุดยืนไปนานแล้ว แต่มีข้อสังเกตกรณีที่เน้นย้ำว่า เกณฑ์ในการพิจารณาไม่เกี่ยวข้องกับระบบเลือกตั้งและการเมือง แม้เหตุผลอื่น ที่ อธิบายจะรับฟังได้ แต่ประเด็นว่าด้วยการเข้าสู่อำนาจรัฐทั้งนิติบัญญัติ บริหาร และ ตุลาการเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณา และ แสดงเหตุผลต่อสังคมด้วย ทั้ง 3 สถาบัน คือ ตัวแทนอำนาจอธิปไตยของประชาชน หากกระบวนการดังกล่าวขัดหลักการประชาธิปไตย ย่อมหมายถึงอำนาจสูงสุดกำลังถูกลิดรอนและบิดเบือนไปเป็นของคนบางกลุ่ม
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า แม้นักการเมืองจะถูกจัดวางเป็นจำเลยทางสังคม และมีภาพลักษณ์ติดลบอย่างยิ่ง ในสถานการณ์นี้ แต่ตนคิดว่าเป็นหน้าที่ของตัวแทนประชาชน ที่ ต้องสร้างความชัดเจน เพราะการทำให้การเมืองในระบบอ่อนแอ คือ ความอ่อนแอของอำนาจอธิปไตย ส่งผลให้อำนาจนอกระบบเข้มแข็งมีอิทธิพลเหนือประชาชน ทั้งนี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้อำนาจคนบางกลุ่มแต่งตั้งส.ว. 250 คน มีคำถามพ่วงให้โหวตเลือกนายกฯ เปิดช่องให้มีนายกฯคนนอก กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีให้รัฐบาลเลือกตั้ง ทำตาม ริดลอนสิทธิประชาชนให้เลือกคน กับ พรรคในบัตรใบเดียว วางค่ายกลในการแก้ไขให้ยากที่สุด และแม้บังคับใช้แล้วยังต้องอยู่ใต้อำนาจมาตรา 44 สิ่งเหล่านี้คือปัญหาหากรัฐธรรมนูญบังคับใช้
"นักการเมืองที่มาจากประชาชน จะชั่วดีอย่างไรก็สัมผัส ตรวจสอบได้ ไม่ชอบใจก็เลือกใหม่ ต่างกับนักการเมืองจากกระบอกปืนที่ใครแตะต้องจะกลายเป็นจำเลย ถูกดำเนินคดี ไม่มีสิทธิ์เลือกไม่ว่าจะเอือมระอาแค่ไหน จึงต้องชี้ให้เห็นว่า การลงประชามติเป็นโอกาสที่ประชาชนจะเลือกว่า ต้องการเผด็จการหรือประชาธิปไตย"นายณัฐวุฒิกล่าว
