"บิ๊กตู่" ชวนใช้สิทธิ์ประชามติร่างรธน.ให้เต็มที่ ย้ำหลัง  7 สิงหายังเดินหน้าบริหารปท. ใครป่วนจะใช้อำนาจจัดการเด็ดขาด!!?!!

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

   ในโอกาสสำคัญที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้  ( 7 ส.ค.)    สำหรับการลงประชามตินร่างรธน.    ในโอกาสนี้  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี  และ หัวหน้าคสช.   ได้ใช้เวลาช่วงหนึ่งของรายการ  “คืนความสุุขให้คนในชาติ"   มีใจความเกี่ยวเนื่องกับประเด็นดังกล่าวว่า  "   ผมขอเชิญชวนพี่น้องทุกท่านที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปออกไปใช้สิทธิลงประชามติ ให้ไปถล่มทะลาย ผมไม่ต้องการเท่านั้นเปอร์เซ็นต์ เท่านี้เปอร์เซ็นต์ ไปให้มากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย ผมขอร้องท่าน ไปให้เต็มไม่ต้องกลัว แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่แล้วใครก็ตามที่ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย อลหม่าน เกิดการบาดเจ็บสูญเสียหรืออะไรก็แล้วแต่จะลงโทษอย่างเด็ดขาดในทุกอำนาจที่ผมมีอยู่

          ท่านจะลงมติอย่างไรก็สุดแท้แต่วิจารณญาณของท่าน ตามความพอใจของท่าน แต่กรุณาคิดถึงบ้านเมือง คิดถึงอนาคต นึกถึงลูกหลานของเรา นึกถึงความมีเสถียรภาพของรัฐบาล นึกถึง RoadMap อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ อย่าใช้อารมณ์ความรู้สึกที่มีคนพยายามสร้างภาพกลับไปกลับมากันอยู่ตอนนี้อย่าสับสน รัฐธรรมนูญมีถึง 279 มาตรา มันก็ดีขึ้นเท่าที่ผมศึกษามานะทุกอันนั้นล่ะ มีจุดมุ่งหมายวัตถุประสงค์หลายอย่างด้วยกัน

          แน่นอนมีคนที่พอใจและไม่พอใจ ผมเห็นประชาชนส่วนใหญ่เขาก็ไม่ได้เดือดร้อน เดือดร้อนอยู่ไม่กี่กลุ่มคงไม่ใช่ใช้อ้างประชาชนได้ทั้งหมด ต้องมีสมหวังและผิดหวังกันบ้าง ท่านมีชัยก็ได้ออกมาชี้แจ้งแล้ว ทาง สนช. ท่านประธาน สนช. ได้ออกมาชี้แจ้งแล้วทั้งในเรื่องของรัฐธรรมนูญ เรื่องคำถามพ่วงอะไรเหล่านี้ ก็ฟังอยู่ผมก็คิดแล้ว ใช่ไม่ใช่ แต่ผมว่าก็ดีนะ แล้วแต่ท่านจะคิดเอาแล้วกัน ผมไม่ได้ชี้นำ คิดแบบที่ผมคิดกันบ้าง 1 คน 1 เสียง ผมก็มี 1 เสียงเท่าท่านนั้นล่ะ เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ออกมาพูดแสดงความคิดเห็นเหล่านี้ผมก็ไม่ได้ห้ามอะไร เพราะฉะนั้นท่านจะมาห้ามนี้โน้นกับผมตลอดเวลามันก็ไม่ได้ เราจะทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้มันก็ต้องมีกติกากันบ้างนะ

        การลงประชามติเป็นโอกาส อย่าให้โอกาสนี้เป็นประเด็นความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ เป็นวิกฤติการณ์ทำร้ายประเทศ รัฐบาลยอมรับได้ทุกอย่างและขอให้ทุกท่านยอมรับเช่นเดียวกัน ว่าจะเกิดอะไรตามมา ถ้าหากผ่านหรือไม่ผ่าน บ้านเมืองของเราจะเดินต่อไปอย่างสงบสุขได้หรือไม่ นี้คือกติกา และถ้า “ผ่าน” ก็จะมีการประกาศใช้ มีการจัดทำกฎหมายที่จำเป็นต่อการเลือกตั้ง แล้วจัดให้มีการเลือกตั้ง ตาม RoadMap ที่ผมเคยแถลงหลายครั้งแล้ว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็คือภายในปี 2560 ถ้า “ไม่ผ่าน” เรายังมีความจำเป็นต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่ดี จะร่างใหม่ก็ต้องไปเสียเวลากันอีกครั้งหนึ่ง ก็แล้วแต่ท่าน คิดว่าจะได้ดีกว่านี้ก็เอา ไม่อย่างนั้นก็จัดการเลือกตั้งตามปี 60 ไม่ได้ เพราะเป็น RoadMap จะต้องทำให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ไม่ให้กระทบกับ RoadMap ซึ่งหลายคนจับจ้องตรงนี้ ถ้าตรงนี้ไปไม่ได้ ก็ถึงตรงโน้นไม่ได้ และท้ายสุดก็ต้องกดดันรัฐบาล คสช.อยู่ดี

          ผมขอให้พี่น้องทุกท่านอย่าได้วิตกกังวลกับสถานการณ์ของประเทศชาตินั้น จะเปลี่ยนแปลงด้วยประเด็นเหล่านี้ไม่ได้ ด้วยความขัดแย้งด้วยวิกฤติต่าง ๆ ไม่ได้เลย ผมไม่ยอมอยู่แล้ว ทุกอย่างต้องเดินหน้าไปตามนี้ ถึงอย่างไรประโยชน์ของบ้านเมืองก็ต้องมาก่อน ประโยชน์ส่วนบุคคลมีได้อย่างถูกกฎหมายแต่ต้องมาทีหลัง การทำงานถ้าไม่มีกรอบเดินหน้าไม่ได้ ไม่ว่าจะวิธีใดก็ตาม

          ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน บ้านเมืองของเราก็ยังมีเรื่องต้องทำอีกมาก ก็ต้องรอรัฐบาลหน้าแล้วค่อยทำไม่ได้ ที่ผ่านมาเราก็รอมานานแล้ว เช่น การฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการบรรเทาทุกข์เกษตรกรที่เป็นความยั่งยืน เรายังจะต้องผลักดันการปฏิรูปประเทศหลายๆ ด้าน ลดความเหลื่อมล้ำ การดูแลเด็ก ดูแลผู้สูงวัย ผู้ด้อยโอกาส การศึกษา การรักษาพยาบาล มากมายไปหมด งบประมาณก็จำกัด มันจะต้องพัฒนาไปหมดนั้น ผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจจากภายใน ปรับโครงสร้างการผลิต โครงสร้างพื้นฐาน ต้องวางรากฐานการจัดการศึกษา การรักษาพยาบาลให้มันดีขึ้นกว่าเดิม แก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ตลอดจน ขจัดการคอร์รัปชั่นให้ได้มากที่สุด

          ไม่ได้แก้ง่ายๆ ต้องแก้ทั้งระบบ หลายคนเกี่ยวข้อง สั่งไปอย่างเดียวก็ไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ต้องติดตาม ดำเนินคดีมากมายไปหมด มันเป็นภาระที่รุงรังอยู่ขณะนี้ ดังนั้นไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน เราก็คงต้องรักษาคำพูด ว่าเราจะอยู่เคียงคู่พี่น้องประชาชนต่อไปเท่าที่เวลาเปิดโอกาสให้ทำ เพื่อจะดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองตราบจนกระทั่งสามารถส่งต่อภารกิจให้รัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งได้เรียบร้อยโดยไม่มีการสืบทอดอำนาจ ทุกอย่างจะเป็นไปโดยวิถีทางประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญไม่ว่าฉบับนี้หรือฉบับไหนก็ตาม และจะไม่ยอมให้ผู้ใดก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย ฉวยโอกาสทำผิดกฎหมาย สร้างความขัดแย้ง หรือขัดขวางการพัฒนาและการปฏิรูปประเทศเป็นอันขาด

          เมื่อผลการออกเสียงประชามติปรากฏชัดเจนไม่ว่าจะเป็นประการใด คสช. และรัฐบาลจะได้ชี้แจงแนวทางปฏิบัติให้ทราบเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าโดยราบรื่น พี่น้องทั้งหลายจะได้คลายกังวลว่าทุกอย่างยังอยู่ใต้การดูแลเป็นปกติเหมือนสองปีที่ผ่านมาที่ท่านไว้ใจเรา"