จุ้นอีกแล้ว !! แอมเนสตี้ฯร่อนแถลงการณ์ จับตา"ประชามติ"ฉะ"แปดเปื้อน"ปมละเมิดสิทธิมนุษยชน

ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th

วันนี้ (6 ส.ค. ) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ กรณีประเทศไทย เรื่อง การออกเสียงประชามติที่แปดเปื้อนไปด้วยการละเมิดสิทธิมนุษยชน ระบุว่า การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีขึ้นวันพรุ่งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง มีการจำกัดสิทธิเกินกว่าเหตุ โดยไม่จำเป็นและไม่ชอบธรรมอันก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว

ทั้งนี้ได้อ้างถึง แถลงการณ์ ของ สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร  ตอกย้ำว่า ภายใต้บริบทการออกเสียงประชามติที่จะเกิดขึ้น ทางการไทยได้ใช้อำนาจควบคุมตัวบุคคลจำนวนมากโดยพลการ มีการสั่งยกเลิก หรือ ขัดขวางการชุมนุมอย่างสงบ และสั่งปิดสถานีโทรทัศน์ของ กลุ่มคนที่เห็นต่าง ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นการจำกัดสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก การสมาคม และการชุมนุมโดยสงบอย่างไม่เหมาะสม

โจเซฟ เบเนดิกต์ รองผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิค แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ถ้าประชาชนไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี หรือไม่สามารถเข้าร่วมในกิจกรรมทางการเมืองโดยไม่ต้องหวาดกลัวได้ แล้วพวกเขาจะมีส่วนร่วมในการออกเสียงประชามติอย่างจริงจังได้อย่างไร

“สิ่งที่เราเห็นไม่ใช่การใช้มาตรการชั่วคราว เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามที่ทางการกล่าวอ้าง แต่เป็นการใช้กฎหมายอาญาปราบปรามต่อผู้แสดงความเห็นแตกต่างจากรัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นมาตรการที่มุ่งปิดกั้นการแสดงความเห็นที่ทางการไม่เห็นชอบด้วย จึงจำเป็นต้องมีมาตรการที่ควรใช้มานานแล้วก่อนหน้านี้ โดยต้องยกเลิกการจำกัดสิทธิเหล่านั้น และให้มีการคุ้มครองสิทธิต่างๆ ทันที”

นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ทหารควบคุมตัวบุคคล 11 คน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการส่งจดหมายวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ  และนำขึ้นฟ้องศาลทหารในข้อหากบฏล้มล้างการปกครอง อั้งยี่และซ่องโจร และละเมิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

“บุคคลทุกคนที่ถูกควบคุมตัวหรือถูกลงโทษเพียงเพราะการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญอย่างสงบ ควรได้รับการปล่อยตัวทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และให้ยกเลิกข้อหาอาญาต่อพวกเขา” โจเซฟ เบเนดิกต์ ระบุ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยทำให้เกิดบรรยากาศที่ส่งเสริมให้บุคคลและกลุ่มต่างๆ สามารถแลกเปลี่ยนความเห็นและแสดงความเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติที่กำลังจะเกิดขึ้น และขั้นต่อไปของการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองได้อย่างเสรีและมีความมั่นใจด้วย