เปลือยคำพูด..."ทักษิณ- บิ๊กตู่" ชำแหละซึ่งหน้า ใครเคารพประชาชน-ใครโคตรเผด็จการ...คนไทยต้องรู้??

ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th

 

เปลื้องเปลือยคำพูด..."ทักษิณ- บิ๊กตู่" ใครเคารพประชาชน-ใครฟาส์ตซิสต์...คนไทยควรต้องรู้??

 

ควันหลงจากประชามติ อาจทำให้ใครบางคนนึกย้อนไปเมื่อปี 2548 หรือเมื่อ 11 ปีก่อน ที่มีการเลือกตั้งใหญ่ และพรรคของ "ทักษิณ ชินวัตร" ชนะการเลือกตั้งทั่วประเทศเป็นสมัยที่ 2 แต่การลงคะแนนครั้งนั้น กลับพบว่าที่ จ. นครสวรรค์ มีบางเขตที่ "พรรคไทยรักไทย" ของเขาพ่ายแพ้แบบหลุดลุ่ย ...และทำให้ "ทักษิณ" ถึงกับควันออกหู หลุดบางประโยคออกมาด้วยน้ำเสียงของเศรษฐีที่มักเอาแต่ใจตนเอง ทำให้ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองหลายคน (ที่ตอนนั้นยังไม่เป็นพวกจอมปลอม เช่นนักวิชาการที่เพิ่งโตเมื่อปีกลายอย่างเช่นทุกวันนี้) หลายคนถึงกับอึ้ง และสรุปในเวลาต่อมาด้วยน้ำเสียงเดียวกันว่า แท้แล้ว "ทักษิณ" ไม่ได้เข้าใกล้คำว่านักประชาธิปไตยเลยสักนิด ตรงกันข้ามแก่นแท้ เขาคือ สุดยอดแห่งเผด็จการ ที่แปลงร่างมาจากเศรษฐีขี้โมโหแล้วผันตัวมาเล่นการเมืองแค่นั้น เพราะคำพูดของเขาในวันนั้น เปลื้องเปลือยตัวตนที่แท้จริงของเขาอย่างหมดเปลือก โดยทักษิณพูดว่า

 

“ผมตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม จังหวัดไหนมอบความไว้วางใจให้เราต้องดูแลเป็นพิเศษ แต่เราต้องดูแลคนทั้งประเทศด้วย แต่เวลาจำกัด ต้องเอาเวลาไปจังหวัดที่เราได้รับความไว้วางใจมากเป็นพิเศษ จังหวัดที่ไว้วางใจเราน้อย ต้องเอาไว้ทีหลัง ไม่ใช่ไม่ไป คิวต้องเรียงอย่างนี้"

 

ประโยคข้างต้นคือ สิ่งที่ ทักษิณ พูดหลังรู้ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2548  น่าเสียดาย...แม้หลายคนจะสรุปได้ในตอนนั้นว่า แท้แล้ว "ทักษิณ" ไม่ใช่นักประชาธิปไตยอย่างที่เสแสร้ง แต่กาลเวลาแค่ทศวรรษเดียวก็ทำให้คนไทยหลงลืมอะไรบางอย่างไป ยิ่งมีลิ่วล้อบางคนที่เห็นแก่เงินเป็นตัวขับเคลื่อน "ทักษิณ" จึงถูกเชิดขึ้นเป็นนักประชาธิปไตยผู้ยิ่งใหญ่...ไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว


 

 

 

 

 

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ทักษิณพูดนั้นดูจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเผด็จการพูด โดยเมื่อผลประชามติออกมา เขาได้ออกมาขอบคุณคนไทยที่ทำให้การลงประชามติผ่านพ้นไปได้ด้วยดี โดยนายกฯ ขอบคุณทุกคน และไม่เลิกที่รักมักที่ชังไม่ว่าจะรับร่างหรือไม่รับ คือจะดูแลทุกพื้นที่ทั่วถึงกัน แม้แต่พื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือ ที่คะแนนรวมไม่รับร่างฯ สูงกว่ารับ แต่นายกฯ กลับไม่เลิกที่รักมักที่ชังดังกล่าว แถมไม่หลุดคำพูดแบบแบ่งแยกที่ทักษิณเคยกระทำให้ได้ยิน ตรงกันข้าม กลับขอบคุณ และรับปากจะดูแลผู้คนในภูมิภาคนั้นอย่างดีที่สุด โดยนายกฯ ประยุทธ์ ได้กล่าวด้วยประโยค 


"ขอบคุณพี่น้องชาวภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงแม้จะรับ ไม่รับก็ตาม ผมก็จะทำให้ท่านต่อไป เพราะเห็นความยากลำบากของท่านหลายเรื่อง ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิต

ขณะเดียวกัน ผมก็ต้องดูแลประชาชนภาคอื่นด้วย"


ถ้อยคำของบิ๊กตู่ข้างต้นนั่น ชัดเจนในตัวเอง และไม่อาจตีความเป็นอื่นว่า...ใครจริง-ใครเท็จ คราวนี้เมื่อรู้ความจริงแล้ว...เป็นเรื่องที่คนไทยคงต้องพิจารณาเองว่า คนทั้ง 2 ซึ่งคือ 1 ผู้นำปัจจุบัน กับอีก 1 นักโทษหนีคดี  ใครเคารพประชาชน ใครคือเผด็จการฟาส์ตซิสต์ในเสื้อคลุมประชาธิปไตย...ที่หากินกับความเข้าใจผิดของชาวบ้านตลอดเวลา....ทั้งหมดอยู่ที่คนไทยต้องทบทวนเอง...


อารมณ์ เคนหล้า : สำนักข่าว Tnews

ธิปไตย แดงเดช : ภาพ