- 18 ส.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
จากปัญหาที่เกิดขึ้นจากกระบวนการค้ามนุษย์ที่ถูกหมักหมมมาหลายรัฐบาล จนกระทั่งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคสช. ต้องเข้ามาจัดการเร่งแก้ไขเพราะสร้างกระทบในหลาย ๆ ด้านต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของประเทศ ล่าสุดเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 47/2559 เรื่องการดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 33/2559 ซึ่งให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่นนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งในส่วนของอัยการและเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 23 คน โดยที่ยังคงมีการร้องเรียน พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่บางราย เกี่ยวกับการละเลยการปฏิบัติหน้าที่อันกระทบต่อการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์
ดังนั้น หัวหน้า คสช.จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 33/2559 ให้ถือว่าการตรวจสอบดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด แม้จะมีคำสั่งให้ผู้ถูกตรวจสอบบางรายไปปฏิบัติหน้าที่ ณ พื้นที่อื่นบ้างแล้วก็ตาม ทั้งนี้ให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกตรวจสอบ สรุปผลการตรวจสอบ และพยานหลักฐานที่มีอยู่แล้ว แจ้งให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ทราบ และให้ประธาน ศอตช.แต่งตั้งคณะบุคคลที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ หรือมีส่วนได้เสียกับบุคคลหรือเรื่องที่มีการกล่าวหา และไม่เคยเป็นผู้ตรวจสอบเรื่องนี้มาก่อน มีจำนวน 3-5 คน เพื่อตรวจสอบเปรียบเทียบผลการตรวจสอบเดิมของผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกตรวจสอบ กับรายงานหรือพยานหลักฐานที่มีอยู่อีกครั้ง
ทั้งนี้ ให้มีอำนาจเชิญบุคคลมาให้ถ้อยคำได้ โดยคณะบุคคลดังกล่าวอาจตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ถูกตรวจสอบ แต่ละรายหรือหลายรายพร้อมกันก็ได้ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง รวมถึงในกรณีที่ผลการตรวจสอบพบว่าการตรวจสอบของผู้บังคับบัญชาถูกต้องแล้ว หรือไม่มีเหตุที่ควรเปลี่ยนแปลงใดๆ ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ แต่กรณีที่ผลการตรวจสอบไม่สอดคล้องกับผลการตรวจสอบเดิมของผู้บังคับบัญชา และมีเหตุที่ควรเปลี่ยนแปลงนั้น ให้สรุปพยานหลักฐานที่มีอยู่และหารือร่วมกับผู้บังคับบัญชา แล้วให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามผลการหารือ โดยถือว่าการดำเนินการตามคำสั่งนี้ทุกขั้นตอนเป็นการดำเนินการทางวินัยโดยชอบด้วยกฎหมาย และหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความผิดอาญา ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ในกรณีไม่ปรากฏว่าผู้ถูกตรวจสอบมีความบกพร่องใดๆ ในการปฏิบัติงาน หรือไม่มีมูลความผิดทางวินัย หรือความผิดอาญา หรือมีความผิดวินัย แต่ไม่ใช่เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรงนั้น ให้เยียวยาโดยให้ผู้ถูกตรวจสอบไปดำรงตำแหน่งในระดับเดิมตามความเหมาะสม แต่ให้อยู่นอกพื้นที่เดิม ทั้งนี้ ศอตช.อาจมีคำแนะนำการเยียวยาด้วย โดยคำนึงถึงข้อมูลความเหมาะสมเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่และพื้นที่ใหม่ การให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกตรวจสอบ และในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการตามคำสั่งนี้ ให้ ศอตช.หรือผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกตรวจสอบเสนอให้นายกรัฐมนตรีวินิจฉัย และให้คำวินิจฉัยของนายกรัฐมนตรีเป็นที่สุด
ขณะที่ก่อนหน้านั้นมีข้าราชการที่ถูกสั่งระงับการปฏิบัติราชการ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 33/2559 เป็นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวม 23 คน ประกอบด้วยข้าราชการใน จ.สมุทรสาคร 4 คน ได้แก่ นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายนันทวุธ อุตสาหตัน รองอัยการจังหวัดสมุทรสาคร นายทรงวุฒิ โชติมา อุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร และ น.ส.รัตนา พละชัย แรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ส่วนอัยการ 2 คน ได้แก่ นายวาทิต สุวรรณยิ่ง อัยการจังหวัดนาทวี และ นายมาโนช รัมมะสินธุ์ รองอัยการจังหวัดนาทวี และข้าราชการตำรวจที่มีตั้งแต่ยศ พ.ต.ต. ถึง พล.ต.ต. อีก 17 คน
