- 23 ส.ค. 2559
ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ ( 23 ส.ค.) พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย(ศพศ) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจ ม.44 ออกคำสั่งที่ คสช. ที่ 49/2559 เรื่อง มาตรการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันกําหนดมาตรการและกลไกในการส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความสมานฉันท์ของศาสนิกชนของทุกศาสนา และกําหนดมาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทําลายพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่น ตลอดจนการสร้างความรับรู้ความเข้าใจแก่ชาวต่างชาติเกี่ยวกับข้อพึงปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติในเรื่องทางศาสนาต่าง ๆ ในประเทศไทย แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีภายใน 3 เดือน โดยให้ พศ. และกรมการศาสนา(ศน.) รายงานความก้าวหน้าในการดําเนินการตามคําสั่ง พร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนแนวทางแก้ไขให้นายกรัฐมนตรีทราบทุก 3 เดือน ว่า นายกฯ ใช้อำนาจตาม ม. 44 เรื่องศาสนา มองผิวเผินดูเป็นเรื่องที่ดี ที่รัฐจะเข้ามาช่วยให้กิจการภายในระหว่างศาสนาทุกศาสนามีความสัมพันธ์ในทางที่ดีขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง
" ต้องถามตรงๆ ว่าจะเข้ามาช่วยอุปถัมภ์คุ้มครอง หรือทำความเข้าใจระหว่างศาสนา หรือว่าเจตนาของรัฐตรงกับเจตนาของคณะกรรมการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาฯ ในการเข้ามาควบคุมกิจการภายในของศาสนาโดยเฉพาะคณะสงฆ์ในพระพุทธศาสนา เช่น การให้ประชาชนมีส่วนร่วม การมีมาตรการป้องกันและแก้ไข ทั้งหลายนี้ดูสอดรับกันเป็นระบบ หรือนี่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จของคณะกรรมการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาฯ ในการยืมมืออำนาจรัฐเข้ามาจัดการกิจการภายในของศาสนาโดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่คณะสงฆ์ในพระพุทธศาสนาหรือไม่" พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าว
