- 24 ส.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด http://deeps.tnews.co.th
ในขณะที่กำลังจะมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นระหว่างตัวแทนฝ่ายรัฐบาลไทย กับกลุ่มมาราปาตานีที่ประกอบด้วย กลุ่มบีอาร์เอ็น, กลุ่มบีไอพีพี, กลุ่มจีเอ็มพีและกลุ่มพูโล3กลุ่ม ในช่วงต้นเดือนหน้า ซึ่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยอมรับในประเด็นการหารือนี้ว่าเป็นความจริง ทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลคือต้องการให้พื้นที่ชายแดนใต้มีความสงบเกิดขึ้น พร้อมกับคำพูดของนายกรมต.ที่ว่าขอให้สื่ออย่าให้ความสำคัญกับกลุ่มเคลื่อนไหวนี้มากนัก และไม่เห็นว่ากลุ่มมาราปาตานีจะมีบทบาทหรือศักยภาพในพื้นที่แต่อย่างใด
และไม่ทันจะข้ามวัน ก็เกิดเหตุคาร์บอมบ์ขึ้นในพื้นที่จ.ปัตตานี เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมาที่หน้าโรงแรมเซาเทิร์น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต1ราย บาดเจ็บ29รายและในจำนวนนี้สาหัส5ราย อย่างไรก็ตามหากตรวจสอบจากการเกิดเหตุที่ผ่านมาในพื้นที่จะพบว่า เมื่อไหร่ที่มีการพูดคุยในกระบวนการสันติสุข ก็มักจะมีเหตุการณ์ การก่อการร้ายขึ้นในพื้นที่ทุกครั้ง โดยจะเห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมาสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์เมื่อวงพูดคุยนำทีมไปเจรจาตั้งโต๊ะเมื่อไหร่ ก็มักจะมีเหตุระเบิดป่วนในพื้นที่ทุกครั้งไป
ทั้งนี้เป็นเพราะในวงหารือที่มีกลุ่มบีอาร์เอ็นเป็นสมาชิกหลัก จะเป็นเฉพาะแต่บีอาร์เอ็นสายวิชาการเท่านั้น แต่ประเภทบีอาร์เอ็นสั่งการการก่อเหตุ หรือคุมกำลังนั่นไม่ได้อยู่ในสังกัดกลุ่มมาราปาตานีด้วย จึงทำให้เป็นที่มากับปฎิกิริยาของกลุ่มอาร์เคเค หรือ กองกำลังติดอาวุธในพื้นที่ซึ่งถือเป็นแนวร่วมในการก่อความรุนแรงรายวัน ได้เคยเปิดเผยไว้ว่าแกนนำในพื้นที่ได้จับตามองกระบวนการพูดคุยว่าจะเป็นไปในรูปแบบใด โดยหากไม่เป็นไปตามแนวทางที่ต้องการ กลุ่มติดอาวุธและการเมืองในพื้นที่ก็จะต่อสู้ด้วยวิธีการการก่อการร้ายต่อเป้าหมายต่อไป ในขณะที่พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ประกาศเสียงดังฟังชัดว่าการเจรจาพูดคุยจะเกิดขึ้นได้ ไม่ควรจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น สรุปแล้วดูท่าวงหารือต้นเดือนกันยายนนี้มีแนวโน้มจะล้มครืนสูง
