- 24 ส.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
กลายเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกโซเชียลเวลานี้ หลังจากนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ และ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแสดงความเห็นในเชิงแนะนำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ใช้เวลาในการเดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยการพักค้างคืนเหมือนนายทักษิณ ชินวัตร เพื่อจะทำให้พล.อ.ประยุทธ์เข้าถึงหัวใจประชน
“อยากเห็นการไปจ.ร้อยเอ็ดของท่านนายกฯ ซึ่งน่าจะไปนอนค้างคืนกับชาวบ้านเหมือนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ทัวร์นกขมิ้นเหลืองอ่อนไปนอน ไปกิน ไปค้างคืนกับชาวบ้าน พล.อ.ประยุทธ์จะได้เข้าถึงหัวใจประชาชน และจะได้แก้ปัญหาประชาชนได้ถูกจุด”
เพราะสิ่งที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ณ์ชัยกุล นำเสนอต่อสาธารณะด้วยเป้าประสงค์ในเชิงเหน็บแนมทางการเมือง เชื่อว่านอกจากจะไม่ได้รับความสนใจจากพล.อ.ประยุทธ์ แล้ว ในทางตรงข้ามทำให้ประเด็นเรื่องทัวร์นกขมิ้นในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดของนายทักษิณ ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาถูกพูดถึงอีกครั้งว่าเจตนาจริงของนายทักษิณ ณ ขณะนั้นคืออะไร เพราะรูปแบบ วิธีการที่เครือข่ายทักษิณนำมาใช้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการสร้างคะแนนนิยมทางการเมืองเท่านั้น ???
“ วันที่ 16-21 ม.ค. 2549 นายทักษิณ ชินวัตร ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศกำหนดการเดินทางลงพื้นที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด โดยระบุว่าเป็นการลงพื้นที่เพื่อไปแก้ปัญหาความยากจน ภายใต้หลักแนวคิดอาจสามารถโมเดล แต่ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากก็คือการลงพื้นที่ของนายทักษิณครั้งนั้น มีวาระพิเศษสอดแทรกไปกับการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี เพราะมีการจัดถ่ายทอดสด 5 วัน 5 คืน ตลอด 24 ชม. ในเชิงเรียลลิตี้ ภายใต้การบริหารจัดการ โดย บริษัท ยูไนเต็ด บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือยูบีซี ผ่านรายการชื่อ Backstage Show : The Prime Minister และ มีการใช้กล้องถ่ายทอดเกือบ 40 ตัวสำหรับการแพร่ภาพตลอด 24 ชม. ทางช่องยูบีซี 16 หรือ ทรูวิชั่นในปัจจุบัน ”
( รูปแบบรายการก็จะเป็นการถ่ายทอดรายการทั้งหมด 24 ชั่วโมง ส่วนเรื่องส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ นอนหรืออื่นใดเนี่ยเราต้องดูว่าเราจะทำได้มากน้อยแค่ไหน ก็จะใช้กล้องทั้งหมด 40 ตัวรถโอบี 5 คัน และทีมงานกว่าร้อยชีวิตอยู่ที่นั่น ส่วนเรื่องงบประมาณไม่ขอเปิดเผย แต่ยืนยันว่าไม่แพงถึงขนาดวันละ 3-4 ล้านเหมือนกับที่เป็นข่าวออกมา : สมพันธ์ จารุมิลินท” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริหารของยูบีซี )
และจุดเลวร้ายที่สุดซึ่งเป็นรอยด่างพร้อยของการลงที่จัดกิจกรรมทางการเมืองในครั้งนั้น ก็คือ “ กรณีเหตุการณ์ในวันที่ 18 ม.ค. 2549 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั่งรับประทานอาหารกลางวันที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด นาย ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์เครื่องบินตกที่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี จนทำให้ ร.อ.นาวิน ปิ่นประเสริฐ ซึ่งเป็นครูฝึกนักบินเสียชีวิต 1 ราย ตามที่นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มารายงานเหตุการณ์ให้ทราบ
ขณะนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ได้ถามขึ้นว่าทำไมถึงเกิดซ้ำตรงนั้นบ่อยนัก นายทักษิณ จึงตอบว่า “มัวแต่มองป้ายบรรหาร-แจ่มใส เต็มไปหมด” จากนั้นในโต๊ะอาหารที่มี ครม.นั่งร่วมอยู่ด้วยหลายคน อาทิ พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รมว.มหาดไทย , นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.มหาดไทย , นายวราเทพ รัตนากร รมช.คลัง และนายระวี หิรัญโชติ เลขานุการส่วนตัวนายกฯ ได้พากันหัวเราะอย่างครื้นเครงในมุกตลกของนายทักษิณ ก่อนที่คุณหญิงสุดารัตน์จะกล่าวเสริมขึ้นอีกว่า “มัวแต่ดูหอ หลงหอ”
อย่างไรก็ดี นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย กรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร (ในขณะนั้น) ได้แสดงความเห็นว่า ไม่รู้สึกตลกด้วย และรู้สึกเสียใจที่บุคคลระดับนายกรัฐมนตรี เอาเรื่องความสูญเสียของนักบินมาพูดเป็นเรื่องโจ๊ก นายทักษิณเข้าใจหรือไม่ว่าการผลิตนักบินขึ้นมาแต่ละคนนั้นเป็นเรื่องยากลำบากมาก
“พ.ต.ท.ทักษิณ (ในขณะนั้น) ควรตระหนักถึงความสูญเสียครั้งนี้ และน่าจะพิจารณาหาทางป้องกันมิให้เกิดเหตุเช่นนี้บ่อยๆ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ (ในขณะนั้น) จะพูดตลกบนความสูญเสียของกองทัพอากาศเช่นนี้”
ท้ายสุดการลงพื้นที่ทัวร์นกขมิ้น นำมาซึ่งการแสดงมุมมองของบุคคลที่ติดตามภารกิจของนายทักษิณ ผ่าน “อาจสามารถโมเดล” อาทิ นายสมพันธ์ เตชะอธิก อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งข้อสังเกตว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ก็เหมือนกับสังคมคอสเมติก แม้จะมีการถ่ายทอดสด แต่ก็ไม่มีอะไรพิสดารที่แตกต่างไปจากเดิมจากที่นายกฯทักษิณ ได้สาธิตให้ชาวบ้านดูมาก่อนหน้านี้ในโอกาสต่าง ๆ คิดว่าจะไม่ได้ผลเลย
ขณะที่ นายสง่า รอดจันทึก วัย 63 ปี ปราชญ์ชาวบ้าน จ.ชัยภูมิ ระบุว่า ไม่อยากให้นายกรัฐมนตรีเดินทางไปจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง เพียงเพื่อสร้างภาพเท่านั้น เมื่อรับฟังปัญหาจากชาวบ้านแล้วอยากให้ทำอย่างจริงจัง เพราะปัญหาความยากจนของชาวบ้านมีมานานและเริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่ความเจริญ ทางเทคโนโลยีเข้ามา ทำให้ชาวบ้านให้ความสนใจเรื่องวัตถุนิยมมากขึ้น
“ รัฐบาลควรคิดให้ดีเพราะเท่าที่เคยทำมาตั้งแต่ทัวร์นกขมิ้น ถึงวันนี้ส่วนที่เคยลงพื้นที่ไปมีอะไรดีขึ้นบ้าง ไม่ใช่ดีแค่มีเงินมาให้แล้วก็จบ แล้วกลับมาประเคนให้ใหม่ ไม่เกิดประโยชน์ผลกระทบก็ยังมีตามมาอยู่ไม่หยุด "
