มาแล้ว!!! มติด่วน "กรธ." เบรกแนวคิด "สนช." ดัน ส.ว.ชงชื่อนายกฯ ได้แค่ร่วมลงมติ...

ติดตามข่าวสารที่ www.Tnew.co.th

 

 

วันนี้ (24 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยมีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม เพื่อพิจารณาการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วงที่ระบุให้ในช่วง 5 ปีให้ส.ว.มีอำนาจในการพิจารณาเลือกบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลา 4 ชั่วโมง จากนั้น เวลา 17.00 น. นายนรชิต สิงหเสนี พร้อมนายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรธ. แถลงผลการประชุมว่า กรธ.มีมติยืนยันตามหลักการเดิมของร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ โดยให้ ส.ส.มีสิทธิ์เสนอชื่อบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้เท่านั้น เพราะ ส.ส.เป็นผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา ดังนั้น ส.ส.จึงต้องมีส่วนสำคัญที่จะทำหน้าที่ในฝ่ายบริหาร แต่ขณะที่ ส.ว.มีหน้าที่ร่วมลงมติบุคคลที่จะเป็นนายกฯเท่านั้น ในระยะเวลา 5 ปี ตามคำถามพ่วง ดังนั้นในกรณีถ้ามีการเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกฯแล้ว จะต้องยืนยันตามผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีที่พรรคการเมืองเป็นผู้เสนอ ตามมาตรา 88 และ 159 ตามเดิมหลักการเดิม แต่หากรัฐสภาไม่สามารถเลือกบุคคลได้ตามบัญชีของพรรคการเมือง จะเป็นหน้าที่ของ ส.ส.เท่านั้นที่จะปลดล็อกให้เลือกบุคคลนอกบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 โดยต้องใช้เสียง ส.ส.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง หรือ 251 เสียง จาก 500 เสียงขึ้นไป เพื่อยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา เรียกประชุมเพื่อหาเสียงสมาชิกรัฐสภา 2 ใน 3 เพื่องดเว้นการเสนอชื่อนายกฯในบัญชี โดยยืนยันว่า ส.ส.จะเป็นผู้เสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกฯเท่านั้น ไม่ว่า จะเป็นคนในหรือคนนอก ทั้งนี้ กรธ.ยืนยันว่ามีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเพียงมาตราเดียว คือ มาตรา 272 ซึ่งอยู่ในบทเฉพาะกาล
         


โดยนายอุดม กล่าวอีกว่า สำหรับการจะนำบุคคลนอกบัญชีมาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น จะสามารถทำได้ครั้งเดียว ตามมาตรา 272 วรรคสอง ดังนั้น หากสภาชุดแรกหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ยุบสภา มาตรา 272 วรรคสอง ก็จะไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป โดย ส.ว.จะมีสิทธิเห็นชอบบุคคลตามที่พรรคการเมืองเสนอตามบัญชีรายชื่อภายใน 5 ปีเท่านั้น นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ทั้งนี้ ทั้งหมดหลักการเป็นสิ่งที่ กรธ.สรุปแล้ว หลังจากนี้กรธ.จะนัดประชุมเพื่อปรับถ้อยให้เหมาะสมก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ภายในสัปดาห์หน้า จากนี้จึงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่กรธ.ปรับแก้ ก็จะทำความเห็นเป็นข้อๆส่งมาให้กรธ.ปรับตามที่ศาลรัฐธรรมนูญแนะนำเพื่อไม่ต้องกลับไปยังศาลรัฐธรรมนูญอีกหลังการปรับแก้
         


เมื่อถามถึงสาเหตุที่กรธ.ไม่สนองความต้องการของ สนช.ที่อยากให้ส.ว.มีสิทธิ์เสนอนายกรัฐมนตรีได้ นายนรชิต กล่าวว่า ตามหลักการสำคัญของมาตรา 159 บัญญัติขึ้นให้สอดคล้องกับหลักการแต่งตั้งนายกฯ ของประเทศที่ปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ซึ่งต้องมาจากการดำเนินการของสภาผู้แทนราษฎร และได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส. เพื่อให้การดำเนินการบริหารประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น สำหรับ มาตรา 272 เป็นบทเฉพาะกาลที่ใช้เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีที่ไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อที่ประกาศให้ประชาชนทราบเพราะเมื่อได้รับการยกเว้นแล้วก็ต้องย้อนกลับไปให้ ส.ส.ดำเนินการต่อไป เมื่อถามต่อว่าถ้าสนช.ไม่เห็นด้วยกับสี่งที่ กรธ.ปรับแก้ จะขอยื่นเรื่องเพื่อคัดค้านต่อศาลรัฐธรรมนูญ นายนรชิต กล่าวว่า กรธ.ไม่ได้พิจารณาช่องทางนี้ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นชอบกับสิ่งที่กรธ.ปรับแก้ ก็พร้อมปฏิบัติตาม
         


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เนื้อหาในการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามคำถามพ่วงของ สนช. เบื้องต้นจะมีการแก้ไขเพียงมาตรา 272 เพียงมาตราเดียว โดยเพิ่มวรรคที่หนึ่ง โดยระบุว่า “ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่ มีรัฐสภาภายหลังการเลือกตั้ งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 268 การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่ งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรั ฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา 159 เว้นแต่การพิจารณาให้ความเห็ นชอบตามมาตรา 159 วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกั นของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุ คคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียงกว่ากึ่งหนึ่ งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่ มีอยู่ของทั้งสองสภา”
         

 

ส่วนในวรรคสองมีการปรับแก้ไขเป็น “ในวาระเริ่มแรกเมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้ แทนราษฎรตามมาตรา 268 แล้ว หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้ งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี จากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่ อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ ตามมาตรา 88 ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรั ฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้ งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้ งสองสภาให้ยกเว้นได้ ให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่ อไปโดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชี รายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้

 

ขอบคุณภาพจาก : Thaipublica.org