ซาบซึ้งน้ำตาปริ่ม !!!  พระเมตตา " ในหลวง"  แม้ทรงประชวรยังรับสั่งห่วงใยชาวนา   จนเป็นที่มาโครงการนาข้าวของทรัพย์สินฯ...

ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th

      ถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจยิ่งที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง  เมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลในโลกโซเชีลจากผู้ใช้นามแฝง  ว่า  ภานุมาศ  ทักษณา   หรือ  "เรือเอกตะวัน  ทักษณา"     ในการถ่ายทอดเรื่องราว  “โครงการโมเดลนาข้าวของทรัพย์สินฯ”   (สนง.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัติรย์)    โดยระบุว่าเป็นข้อมูลในฐานะตนเองได้มีส่วนร่วมในฐานะผู้สังเกตุการณ์คนหนึ่ง ...     

 

ซาบซึ้งน้ำตาปริ่ม !!!  พระเมตตา " ในหลวง"  แม้ทรงประชวรยังรับสั่งห่วงใยชาวนา   จนเป็นที่มาโครงการนาข้าวของทรัพย์สินฯ...

 

      ทั้งนี้เรือเอกตะวัน หรือ ภานุมาส ทักษณา  เล่าว่า  “โครงการโมเดลนาข้าวของทรัพย์สินฯ”   มีคณะทำงานประกอบด้วยนางวรรณวิมล ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์   เป็นประธานคณะทำงาน,  ดร.ธันวา จิตต์สงวน รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็น ที่ปรึกษาโครงการ , นายเอ็นดู ซื่อสุวรรณ เป็น ผู้จัดการโครงการฯคณะทำงานประกอบด้วย นายชูศิริ คัยนันทน์ , นางภัสมะมาศ ชูเชิด, นางจารุณประทีป จากสำนักงานทรัพย์สินฯ และ ดร.อรุณประภาส์ ธนกิจโกเศรษฐ์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

ซาบซึ้งน้ำตาปริ่ม !!!  พระเมตตา " ในหลวง"  แม้ทรงประชวรยังรับสั่งห่วงใยชาวนา   จนเป็นที่มาโครงการนาข้าวของทรัพย์สินฯ...

      ส่วนสาเหตุที่สำนักงานทรัพย์สินฯตั้งโครงการนี้ขึ้นมานั้น ดร.ธันวา จิตต์สงวน ที่ปรึกษาโครงการ  เล่าให้ฟังว่า เป็นผลสืบเนื่องจากการที่ปัจจุบันชาวนาไทยต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ มาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม ทำให้ต้นทุนในการทำนาสูงขึ้น แต่ราคาในตลาดไม่แน่นอน จนทำให้ชาวนาต้องขาดทุนจากการทำนา

      ด้วยสาเหตุดังกล่าว สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จึงตัดสินใจจัดทำโครงการโมเดลนาข้าวของทรัพย์สินฯ ขึ้นมา เพื่อหวังให้เป็นต้นแบบการทำนาที่สามารถลดต้นทุนการทำงาน เพื่อหาทางเพิ่มรายได้ ลดหนี้สิน จนสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นกรอบปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสมดุล มั่นคงและยั่งยืนต่อไป

 

 

        “โครงการนี้เริ่มในช่วงปี 2557 ถึง 2559  โดยลงมือใน  2  พื้นที่คือ ตำบลช้างใหญ่ บางไทรพระนครศรีอยุธยา กับที่ตำบลคลองมหาสวัสดิ์ พุทธมณฑล นครปฐม ซึ่งเป็นที่ดินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว    โดยกิจกรรมหลัก ๆ   ที่ดำเนินการ ก็คือ การจัดอบรมทางเทคนิคการเกษตรจากนักวิชาการ และเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในงานอาชีพอย่าง นายชัยพร พรหมพันธุ์ เกษตรกรเงินล้าน มาให้ความรู้ในทุกเรื่อง ๆ ที่ชาวนายังขาดอยู่”

 

ซาบซึ้งน้ำตาปริ่ม !!!  พระเมตตา " ในหลวง"  แม้ทรงประชวรยังรับสั่งห่วงใยชาวนา   จนเป็นที่มาโครงการนาข้าวของทรัพย์สินฯ...

 

 

       ดร.ธันวา  ในฐานะที่ปรึกษาโครงการฯ  เล่าด้วยว่า  ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาใน  2  พื้นที่ประสบความสำเร็จในเบื้องต้น  มีชาวนาเข้าร่วมโครงการฯ  50  คนสามารถลดต้นทุนการทำนาต่อไร่ร้อยละ 15  และเพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ 20  ต่อไร่  อีกทั้งยังได้รวมกลุ่มจัดตั้งเป็น สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินช้างใหญ่ จำกัด พร้อมทั้งสร้างตราสินค้าชุมชนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าข้าวในตำบลช้างใหญ่ส่วนที่คลองมหาสวัสดิ์ พุทธมณฑล เกษตรกรรวมตัวเป็นกลุ่มผู้ปลูกผักปลอดภัย และส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อีกด้วย

ซาบซึ้งน้ำตาปริ่ม !!!  พระเมตตา " ในหลวง"  แม้ทรงประชวรยังรับสั่งห่วงใยชาวนา   จนเป็นที่มาโครงการนาข้าวของทรัพย์สินฯ...

 

    “ จากความสำเร็จดังกล่าว โครงการนี้จะขยายผลไปยังอีก 3 จังหวัดคือ นครนายก,  ปทุมธานี และ ฉะเชิงเทรา ในฤดูการทำนาปี  2559  ถึง  2561  โดยเน้นในที่ดินพระราชทานฯ เช่นเดียวกัน  ทั้งนี้เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวเป็น “ต้นแบบ” ให้เกษตรกรที่อยู่ใกล้กับจังหวัดนั้น ๆ ที่ทราบเรื่องได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้และนำไปปฏิบัติด้วย”

 

ซาบซึ้งน้ำตาปริ่ม !!!  พระเมตตา " ในหลวง"  แม้ทรงประชวรยังรับสั่งห่วงใยชาวนา   จนเป็นที่มาโครงการนาข้าวของทรัพย์สินฯ...

 

      ส่วนเหตุผลที่  “โครงการโมเดลนาข้าวของทรัพย์สินฯ”  เลือกที่จะดำเนินการในที่ดินพระราชทาน 5  จังหวัดนี้  รับทราบจาก  ดร.อรุณประภาส์ ธนกิจโกเศรษฐ์ คณะทำงานจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 1  ในทีมงานของ ดร.ธันวา  ว่า  “ในหลวงทรงมีรับสั่งถามผู้เข้าพระเฝ้าพระองค์ด้วยความเป็นห่วงชาวนาในที่ดินพระราชทานว่า ทุกคนยังทำนากันได้อยู่หรือไม่ เพราะพระองค์ทรงทราบว่าชาวนาต้องเผชิญกับภัยหลายอย่าง”  โครงการนี้จึงกำเนิดขึ้นและดำเนินต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้

 

ซาบซึ้งน้ำตาปริ่ม !!!  พระเมตตา " ในหลวง"  แม้ทรงประชวรยังรับสั่งห่วงใยชาวนา   จนเป็นที่มาโครงการนาข้าวของทรัพย์สินฯ...

 

       ในตอนท้าย  เรือเอกตะวัน  หรือ ภานุมาส ทักษณา  เขียนว่า  เมื่อได้ยินคำตอบจาก ดร.อรุณประภาส์ แล้ว  “ผมยกมือท่วมหัวรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้   ทั้งที่พระองค์ทรงพระประชวรอยู่   แต่พระองค์ยังทรงมีพระเมตตาห่วงใยราษฎรของพระองค์อยู่ตลอดเวลา  ขอพระองค์ทรงพระเจริญ พระพุทธเจ้าข้า ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะฯ  ”