- 30 ส.ค. 2559
ติดตามรายละเอียด deeps.tnews.co.th
ถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจยิ่งที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลในโลกโซเชีลจากผู้ใช้นามแฝง ว่า ภานุมาศ ทักษณา หรือ "เรือเอกตะวัน ทักษณา" ในการถ่ายทอดเรื่องราว “โครงการโมเดลนาข้าวของทรัพย์สินฯ” (สนง.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัติรย์) โดยระบุว่าเป็นข้อมูลในฐานะตนเองได้มีส่วนร่วมในฐานะผู้สังเกตุการณ์คนหนึ่ง ...
ทั้งนี้เรือเอกตะวัน หรือ ภานุมาส ทักษณา เล่าว่า “โครงการโมเดลนาข้าวของทรัพย์สินฯ” มีคณะทำงานประกอบด้วยนางวรรณวิมล ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นประธานคณะทำงาน, ดร.ธันวา จิตต์สงวน รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็น ที่ปรึกษาโครงการ , นายเอ็นดู ซื่อสุวรรณ เป็น ผู้จัดการโครงการฯคณะทำงานประกอบด้วย นายชูศิริ คัยนันทน์ , นางภัสมะมาศ ชูเชิด, นางจารุณประทีป จากสำนักงานทรัพย์สินฯ และ ดร.อรุณประภาส์ ธนกิจโกเศรษฐ์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ส่วนสาเหตุที่สำนักงานทรัพย์สินฯตั้งโครงการนี้ขึ้นมานั้น ดร.ธันวา จิตต์สงวน ที่ปรึกษาโครงการ เล่าให้ฟังว่า เป็นผลสืบเนื่องจากการที่ปัจจุบันชาวนาไทยต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ มาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม ทำให้ต้นทุนในการทำนาสูงขึ้น แต่ราคาในตลาดไม่แน่นอน จนทำให้ชาวนาต้องขาดทุนจากการทำนา
ด้วยสาเหตุดังกล่าว สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จึงตัดสินใจจัดทำโครงการโมเดลนาข้าวของทรัพย์สินฯ ขึ้นมา เพื่อหวังให้เป็นต้นแบบการทำนาที่สามารถลดต้นทุนการทำงาน เพื่อหาทางเพิ่มรายได้ ลดหนี้สิน จนสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นกรอบปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสมดุล มั่นคงและยั่งยืนต่อไป
“โครงการนี้เริ่มในช่วงปี 2557 ถึง 2559 โดยลงมือใน 2 พื้นที่คือ ตำบลช้างใหญ่ บางไทรพระนครศรีอยุธยา กับที่ตำบลคลองมหาสวัสดิ์ พุทธมณฑล นครปฐม ซึ่งเป็นที่ดินพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยกิจกรรมหลัก ๆ ที่ดำเนินการ ก็คือ การจัดอบรมทางเทคนิคการเกษตรจากนักวิชาการ และเกษตรกรต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในงานอาชีพอย่าง นายชัยพร พรหมพันธุ์ เกษตรกรเงินล้าน มาให้ความรู้ในทุกเรื่อง ๆ ที่ชาวนายังขาดอยู่”
ดร.ธันวา ในฐานะที่ปรึกษาโครงการฯ เล่าด้วยว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาใน 2 พื้นที่ประสบความสำเร็จในเบื้องต้น มีชาวนาเข้าร่วมโครงการฯ 50 คนสามารถลดต้นทุนการทำนาต่อไร่ร้อยละ 15 และเพิ่มผลผลิตได้ร้อยละ 20 ต่อไร่ อีกทั้งยังได้รวมกลุ่มจัดตั้งเป็น สหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินช้างใหญ่ จำกัด พร้อมทั้งสร้างตราสินค้าชุมชนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าข้าวในตำบลช้างใหญ่ส่วนที่คลองมหาสวัสดิ์ พุทธมณฑล เกษตรกรรวมตัวเป็นกลุ่มผู้ปลูกผักปลอดภัย และส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อีกด้วย
“ จากความสำเร็จดังกล่าว โครงการนี้จะขยายผลไปยังอีก 3 จังหวัดคือ นครนายก, ปทุมธานี และ ฉะเชิงเทรา ในฤดูการทำนาปี 2559 ถึง 2561 โดยเน้นในที่ดินพระราชทานฯ เช่นเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวเป็น “ต้นแบบ” ให้เกษตรกรที่อยู่ใกล้กับจังหวัดนั้น ๆ ที่ทราบเรื่องได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้และนำไปปฏิบัติด้วย”
ส่วนเหตุผลที่ “โครงการโมเดลนาข้าวของทรัพย์สินฯ” เลือกที่จะดำเนินการในที่ดินพระราชทาน 5 จังหวัดนี้ รับทราบจาก ดร.อรุณประภาส์ ธนกิจโกเศรษฐ์ คณะทำงานจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 1 ในทีมงานของ ดร.ธันวา ว่า “ในหลวงทรงมีรับสั่งถามผู้เข้าพระเฝ้าพระองค์ด้วยความเป็นห่วงชาวนาในที่ดินพระราชทานว่า ทุกคนยังทำนากันได้อยู่หรือไม่ เพราะพระองค์ทรงทราบว่าชาวนาต้องเผชิญกับภัยหลายอย่าง” โครงการนี้จึงกำเนิดขึ้นและดำเนินต่อเนื่องมาถึงทุกวันนี้
ในตอนท้าย เรือเอกตะวัน หรือ ภานุมาส ทักษณา เขียนว่า เมื่อได้ยินคำตอบจาก ดร.อรุณประภาส์ แล้ว “ผมยกมือท่วมหัวรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทั้งที่พระองค์ทรงพระประชวรอยู่ แต่พระองค์ยังทรงมีพระเมตตาห่วงใยราษฎรของพระองค์อยู่ตลอดเวลา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ พระพุทธเจ้าข้า ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะฯ ”
